หมวดหมู่
ลิเกหลวง

#ลิเกหลวง

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

เมียหลวงมันก็ยังเป็นเมียหลวงวันยังค่ำ ดิชั้นกับผัวต้องถ่อไปรับอีคิ้วตันที่ซูริค เพื่อจะได้นั่งเครื่องบินลำเดียวกันกลับกรุงเทพฯ ต่อหน้าผัว ชั้นยังต้องไหว้มัน แต่ลึกๆ ดิชั้นกับมันก็รู้ว่า ชาตินี้คงญาติดีกันไม่ได้ พอขึ้นเครื่องบินปุ๊ป ผัวก็จับดิชั้นนั่งแถวสุดท้ายของชั้นหนึ่ง ส่วนอีคิ้วตันนั่งแถวแรกของชั้นหนึ่ง แยกกันไปเลยค่ะ….ไอ้การนั่งเครื่องบินนานๆ แบบนี้ดิชั้นก็เบื่อ แต่พอรู้ว่า การบินไทยจะเสิร์ฟปาท่องโก๋ที่มีชื่อบนเครื่อง ดิชั้นก็ตื่นเต้นมาก อีพวกแอร์ชะนีกับกะเทยก็กุลีกุจอเตรียมกระทะ ตั้งเตา ทอดกันสดๆ บนเครื่อง อร้าย พอมันเอามาเสิร์ฟพร้อมนมข้มหวานกับมันม่วง อร่อยมากๆ ค่ะ สามตัวร้อยดิชั้นก็จะซื้อ เนี่ยบอกเลย การบินไทยจะบริหารบริษัทเหี้ยยังไง แต่ถ้าทอดปาท่องโก๋อร่อย ดิชั้นยกโทษให้ โถ ผัวดิชั้นชอบมันม่วงมาก เลียจนหมดถ้วยเลยค่ะ ฮาฮา…ในระหว่างที่อยู่บนเครื่อง ดิชั้นได้ปรึกษากับผัวว่าจะจัดการกับอีกลุ่มที่ต้องการประท้วงอย่างไร เลยได้ไอเดียว่า ให้ผัวเดินทางไปวัดพระแก้ว เอาอีคิ้วตันไปนั่นแหละค่ะ ดิชั้นไม่แคร์ จัดให้ตรงกับวันที่ 14 เพื่อให้รู้ว่าประเทศนี้ใครใหญ่ อีนักศึกษาไพร่มันกล้ามาขวางขบวนเสด็จก็ให้รู้ไป ผัวดิชั้นเห็นดีด้วย เราจะจัดริ้วขบวนตัดผ่านงานประท้วงกันเลยค่ะ ให้มันรู้ว่าใครคือเจ้าของประเทศนี้…เมื่อเครื่องลงถึงไทย ดิชั้นกับอีเมียหลวง พร้อมผัว ก็จะไปทอดกฐินที่วัดราชบพิตร อีพวกสลิ่มโง่ๆ มันก็นึกว่าผัวดิชั้นอยู่เมืองไทย ไม่รู้ว่า จริงๆ เครื่องเพิ่งลงที่สนามบิน อีห่า ดอกยางยังร้อนจี๋ ก็เดินทางถึงวัดแล้ว ช่วงนี้ต้องเป็นช่วงตักตวงคะแนน เพราะที่ผ่านมา คะแนนตกไปมาก นับตั้งแต่ได้ สส สวะของเยอรมัน มันกล้าเอาเรื่องของผัวดิชั้นไปถกกันในสภา มันหาว่าผัวดิชั้นสั่งงานในอธิปไตยของมัน เออ มันก็รู้จริง ไม่แค่นั้น ไอ้แผนอุ้มฆ่าต่างๆ ก็ทำกันตอนที่ผัวดิชั้นอยู่เยอรมันด้วย…ด้วยเหตุนี้ ผัวดิชั้นถึงใช้โอกาสนี้ในการเรียกคะแนนเสียงคืนมาบ้าง ไปวงไปวัดบ้าง หลอกไพร่โง่ๆ ว่าเป็นพุทธมามกะ เมื่อกี้ตอนออกข่าว อีไพร่มันก็เม้าท์กันว่าเป็นงามสามคนผัวเมีย แล้วไงคะ กูไม่แคร์ ใครจะรู้ จบงานที่วัด ผัวก็กลับมากินดิชั้นที่วัง ส่วนอีคิ้วตันก็ต้องไปเปิดโรงแรมมดอินน์นอน 555 ในส่วนของดิชั้นก็เตรียมชุดสวยๆ เพื่อไปงานทอดกฐินลำพัง จะแต่งตัวเริ่ดๆ ถือกระเป๋าแอร์เมสที่ช้อปจากในคุก พูดเรื่องนี้แล้ว ดิชั้นมีนัดทานข้าวกับอีมาดามยี่หุบกับผัวมัน งานนี้ ดิชั้นจะรีดกระเป๋าแอร์เมสมาจากมันอีกหลายๆ ใบคะ…ทริปนี้ ดิชั้นจะได้มีโอกาสพบกับสมาชิกครอบครัวไม่สมประกอบของผัว ที่รวมทั้งแม่ผัก และน้องสาว ดิชั้นจะพยายามตีซี้อีกบ เพื่อต้องการเอามันมาเป็นพวก เอาไว้ถ่วงดุลอีคิ้วตันกับอีลูกสาวคนโตของผัว งานนี้บอกเลย สนุกแน่ๆ ค่ะ…ปล: รูปดิชั้นบนเครื่องบินส่วนตัวกลับไทย

หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

ข่าวแปลสกู๊ปใหญ่ที่ขึ้นหน้า1 หนังสือพิมพ์ต่างประเทศ เรียกได้ว่า มันคือประวัติอย่างตรงไปตรงมาที่สุด ของร.10 อ่านโคตรสนุก ถ้าคนต่างประเทศเขาได้อ่าน เราคนไทยก็ต้องได้อ่าน! แปลเต็ม!!! จัดไป

“กษัตริย์ไทยวัย68ปี แต่ง5หย่า4 จุดจบของแต่ละนางจะยิ่งอนาถขึ้นเรื่อยๆ”งานอดิเรกของกษัตริย์วชิราลงกรณ์ก็คือผู้หญิง ซึ่งเขาเคยมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวสวย(ที่มีชื่อเสียงและฐานะทางสังคม)มากมายประสบการณ์รักอุดมเหลือล้นมีเพียงชายที่ทั้งเงินและอำนาจเท่านั้น ที่เหลือจะมีประสบการณ์ด้านความรักที่มีสีสัน!ถ้าพูดถึงประสบการณ์รักนั้น
ไม่มีใครจะเกินไปกว่ากษัตริย์รัชกาลที่10
แห่งประเทศไทยมหาวชิราลงกรณ์
เขาถูกเปรียบเปรยว่าเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ของไทย
ที่พลัดตกในหล่มโคลนตม พฤติตนได้ยิ่งกว่าคำว่า “แปลกประหลาด”!เพราะอะไรน่ะหรือ? ก็เขาชอบแปะสติกเกอร์ลายสัก ชอบใส่เสื้อกล้ามครอบท็อป หย่าร้างมาแล้วสี่ครั้ง เปลี่ยนแฟนไม่รู้จักหยุดจักหย่อน แต่งตั้งหมาเป็นจอมพล… แต่ในชีวิตที่โชกโชนของเขานั้น สิ่งที่ทำให้เขาเป็นที่สนใจของผู้คนมากที่สุดนั่นก็คือ เรื่องการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นของเหล่าสนมภายในรั้วในวัง ซึ่งเรื่องราวของเขานั้นร้อนแรงตื่นเต้น และคดเคี้ยวเลี้ยวลดดั่งขุนเขา ยิ่งกว่าซีรี่ย์ละครต่อเนื่องเรื่อง “Beyond the Realm of Conscience” เสียอีก!ตั้งแต่กษัตริย์อย่างภูมิพลสวรรค์คต ลูกชายคนเดียวของพระองค์มหาวชิราลงกรณ์ก็ได้เสด็จขึ้นครองราช ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับความประพฤติแต่ละอย่างกับพระราชบิดาซึ่งถูกสรรเสริญว่า “เทวดาจุติ” แล้วนั้น ความประพฤติของกษัตริย์วชิราาลงกรณ์นั้นถือได้ว่าผิดแปลกแหกกรอบจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนพฤติกรรมทั้งหมดทั้งมวลที่เขาเป็นล้วนเป็นเพราะเขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวระหว่างภูมิพลกษัตริย์องค์ก่อนและพระราชินี ซึ่งถูกเลี้ยงอย่างตามอกตามใจมาตั้งแต่ยังเล็ก แถมยังบอกลูกชายอีกว่า: “เจ้าเป็นชายผู้ที่จะมาเป็นกษัตริย์ ทุกสิ่งอย่างในประเทศไทยล้วนเป็นของเจ้า” วชิราลงกรณ์โตมาด้วยคำพูดประโยคนี้ ในขณะที่ทุกคนพากันตามอกตามใจสุดลิ่มนั้น พวกเขาก็ตั้งความหวังไว้สูงเช่นกัน ไหนเลยจะรู้ว่าพอย่างเข้าพระชนมายุ12พรรษากลับผูกเชือกรองเท้าไม่เป็น อาศัยมหาดเล็กผูกให้บางทีอาจจะเป็นเพราะสมปรารถนาไปเสียทุกอย่าง ชีวิตและจิตใจของวชิราลงกรณ์ได้รับการเติมเต็ม จนบัดนี้เขาผู้ซึ่งเจ้าชู้มีพระราชินีมาแล้วสี่คน และเจ้าคุณพระอีกหนึ่งคน สาวๆไม่ขาดมือ ระดับความเจ้าชู้ทะลุถึงจุดที่ประชาชนตะลึงจนพูดไม่ออก#พระราชินีองค์ที่หนึ่ง: #สมด้วยเกียรติและฐานะปี1977 วชิราลงกรณได้สมรสกับองค์หญิงโสมสวรีผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของตนเองโสมสวรีเป็นหลานสาวของพระพันปี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของวชิราลงกรณ์ โสมสวรีเป็นหญิงสูงศักดิ์ เป็นถึงองค์หญิง เพื่อสร้างความมั่นคงในพระราชอำนาจในการปกครองให้แก่บุตรชาย พระพันปีจึงให้หลานสาวของตนแต่งงานกับลูกชายของตน นี่เป็นงานสมรสเพื่อการเมืองอย่างแท้จริง แม้ว่าทั้งสองจะสมกันด้วยเกียรติและฐานะ แต่โสมสวรีก็แท้งลูกหลังจากตั้งครรภ์ครั้งแรก ต่อมาในที่สุดก็ได้ให้กำเนิดบุตรสาวหนึ่งคน ทว่าด้วยความที่เป็นภรรยาที่ปราศจากความรักเป็นพื้นฐาน จึงไม่สามารถคล้องใจชาย(ผู้ไม่เอาไหน)ได้จากนั้นต่อมา วชิราลงกรณ์ก็ย้ายออกจากบ้านมาอยู่กับคนรักอีกคนหนึ่ง คนรักคนนี้เป็นนักแสดงสาวที่มีชื่อเสียงมากในเวลานั้น ยุวธิดาซึ่งก็หลังจากพระราชินีกำเนิดองค์หญิงมาได้ไม่นาน ยุวธิดาก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายคนที่หนึ่ง เมื่อวชิราลงกรณอาศัยอยู่นอกวังหลายปี พอสมรสกันได้สองปีเขาก็เลี้ยงผู้หญิงไว้มากมาย นี่สร้างความเจ็บปวดให้โสมสวรีมากต่อมามีข่าวว่าพระราชินีทรงป่วยเป็นโรคซึมเศร้า องค์หญิงโสมสวรีผู้ซึ่งเป็นสตรีที่ปรีชาสามารถ แต่กลับถูกการสมรสการเมืองกดดันเสียจนบอบช้ำ ท้ายที่สุดวชิราลงกรณ์จึงได้จบชีวิตสมรสกับนางด้วยเหตุผลที่ว่า “เราสองเข้ากันไม่ได้” แต่ด้วยความที่เป็นหญิงสูงศักดิ์ จึงได้รับพระราชทานยศใหม่ และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในราชสำนักได้ต่อไป#พระราชินีองค์ที่สอง : #จากมือที่สามหลายปีสู่ภรรยาหลวงหลังจากวชิราลงกรณ์ได้อยู่กินกับยุวธิดามาสิบกว่าปี จนกระทั่งได้ให้กำเนิด4บุตรชายและหนึ่งบุตรสาวแล้วนั้น ก็ยังไม่ได้รับการเลื่อนสถานะอีกเป็นเวลาหลายปี จนวชิราลงกรณ์ได้หย่าขาดกับโสมสวรีเป็นเวลาสามปีแล้วนั้น ก็ได้สมรสกับยุวธิดา ในที่สุดยุวธิดาก็ได้เลื่อนฐานะของเขาเสียที ได้เป็นพระราชินีอย่างเป็นเต็มปากเต็มคำ(อย่างเป็นทางการ)บุตรทั้งสี่ได้เคยเปิดเผยอีเมลความว่า: “พวกเราเฝ้าหวังจะกลับประเทศไทยทุกเมื่อเชื่อวัน เป็นเวลากว่า15ปีไม่เคยได้เหยียบย่างผืนแผ่นดินเกิด พวกเราคิดถึงประเทศไทยอย่างมาก” ทว่าไม่เคยได้รับจดหมายตอบกลับใดๆเลยพระสังฆราชกล่าวไว้ว่า องค์หญิงสิริวรรณวลีมีดวงชะตาพิเศษ สามารถทำให้รัชสมัยรุ่งโรจน์โชติช่วง และยังสามารถทำลายคำสาปของราชวงศ์ไทยที่ว่า “ราชวงศ์สิ้นสุดในรัชกาลที่สิบ” (วชิราลงกรณ์ก็คือกษัตริย์ในรัชการที่10) ดังนั้น วชิราลงกรณจึงรีบไปรับตัว “ยันต์คุ้มตัว” อันล้ำค่านี้กลับประเทศอย่างรวดเร็ว และเอาขึ้นหิ้งดูแลอย่างดีราวกับเป็นเทพเจ้า ทนุบำรุงไปตลอดชีวิต(ส่วนเจ้าชายทั้งสี่แต่ละคนต่างก็ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน บุตรชายคนโตสอบติดปริญญาเอกด้านการบิน บุตรคนที่สองสำเร็จการศึกษาปริญญาเอกด้านกฎหมาย บุตรชายคนที่สามมุ่งสายแพทย์ศาสตร์ บุตรชายคนที่สี่จบการศึกษาปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์)#พระราชินีคนที่สาม : #สาวผู้เคยเปลือยกายเต้นรำวชิราลงกรณ์ผู้เจ้าชู้เป็นนิสัย ต่อมาได้สมรสกับสาวที่ขนานนามว่าเป็นสาวบ้านสาวเรือนของเขานามว่าศรีรัศมิ์ ผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาคนที่สามของวชิราลงกรณ์ ทั้งสองได้สมรสกันเมื่อกุมภาพันธ์ปี2001 หลังสมรสก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายหนึ่งคนจะว่าไปนี่ถือเป็นเรื่องมงคลสำหรับราชวงศ์ไทยซึ่งมีโอรสเพียงน้อยนิด ซึ่งในปีนั้นกษัตริย์ภูมิพลซึ่งยังมีพระชนชีพอยู่นั้น ถึงกับได้พระราชทานยศทางราชราชสำนักแก่พระนางอีกด้วย แม้แต่ตระกูลของศรีรัศม์ยังได้รับพระราชทานนามสกุล พระราชทาน และพระราชินีผู้เกิดจากสามัญชนพระองค์นี้ยังเป็นสัญลักษณ์ในการเข้าถึงราษฎรของวชิราลงกรณ์ และพวกเขายังเคยได้เสด็จเข้าร่วมกิจกรรมต่างประเทศด้วยกันแทนภูมิพลอดีตกษัตริย์อีกด้วยวชิราลงกรณ์มีความรักต่อศรีรัศมิ์อย่างมาก ถึงกับกล่าวยกย่องพระราชินีองค์นี้ให้กับบุคคลภายนอกว่า “มีความประพฤติงดงาม ไม่เคยกล่าวร้ายกับใครแม้เพียงคำเดียว” พร้อมยังกล่าวว่าพระนางทำสร้างความรู้สึกของความเป็นครอบครัวให้กับพระองค์ ทั้งสองทรงเลี้ยงสุนัขพุดเดิ้ลหนึ่งตัว รักเขาก็ย่อมรักของของเขาด้วย(หมา) พระองค์ถึงกับพระราชทานยศ “จอมพลอากาศ” ให้แก่สุนัขอันเป็นที่รักด้วยแต่ทว่าวันเวลาแห่งความปิติหวานชื่นก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว และแล้วเรื่องอื้อฉาวของวชิราลงกรณ์ก็ได้บังเกิดขึ้น ในปี 2009กษัตริย์ภูมิพลทรงประชวรและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล วชิราลงกรณไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกกังวล แต่กลับยังไร้ความอาย มีนักข่าวถ่ายภาพขณะที่วชิราลงกรณ์และภรรยาศรีรัศม์จัดงานปาร์ตี้สระว่ายน้ำเปลื้องผ้ากลางวัง เพื่อจัดงานฉลองวันเกิดให้สุนัขทรงเลี้ยงของเขาในภาพถ่าย พระนางสวมชุดบิกินี่วาบหวิว คุกเข่ากินเค้กเหมือนสุนัข และเมื่อภาพหลุดออกไป ได้สร้างความสั่นสะเทือนเป็นอย่างมาก ทำให้ภาพลักษณ์ของวชิราลงกรณ์และศรีรัศม์ถึงกับพังพินาศ!และเพื่อเป็นหลบเลี่ยงคำติฉินนานทาภายในประเทศ ทั้งสองจึงพาเหล่าผู้ติดตามกว่า 30 คนเสด็จไปประเทศอังกฤษ ในเวลานี้เองก็เกิดการรัฐประหารโดยทหารขึ้น แต่ทั้งสองก็ยังคงใช้ชีวิตอย่างสำมะเลเทเมาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ สร้างความไม่พอใจให้แก่เหล่าข้าราชการระดับสูงหลายคนเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกันได้เกิดปฏิบัติการปราบปรามการทุจรติครั้งมโหฬารขึ้น เหล่าพระญาติทั้งเจ็ดคนผู้ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีการทุจตริตก็ถูกจับ ทำให้เขาต้องหย่ากับราชกุมารและถูกถอดถอนเป็นสามัญชนในปี 2014วชิราลงกรณ์ได้มีความเจ้าชู้เป็นนิสัยไปเสียแล้ว จากนั้นต่อมาก็เปลี่ยนหญิงสาวไม่ได้หยุดหย่อน ทว่าพระพันปีก็ยังคงหลงรักตามใจโอรสของเขาอย่างไร้ขีดจำกัด โดยไม่สนใจในการอบรมบ่มนิสัยในโอรสของตน เอาแต่กล่าวว่า: “ลูกชายผู้ที่จะเป็นกษัตริย์ของฉันมีความเป็นเสือผู้หญิงเขาเป็นนักเรียนที่ดี เป็นลูกที่ดี ปัญหาคือผู้หญิงนั้นชอบเขา และเขาก็ชอบผู้หญิงยิ่งกว่าอะไร”#พระราชินีองค์ที่4: #แอร์โฮสเตสผู้งดงามและก็อย่างที่เดากันได้ หลังจากศรีรัศม์แล้ว วชิราลงกรณ์ก็ได้คบกับแฟนซึ่งเป็นแอร์โฮสเตสคนหนึ่ง และพระนางก็เป็นพระราชินีองค์ปัจจุบัน กล่าวกันว่าราชินีสุธิดาเป็นแอร์โฮสเตสมือหนึ่ง ทั้งสองพบกันบนเครื่องบิน จากนั้นวชิราลงกรณ์ก็ได้แต่งตั้งเขาเป็นหัวหน้ากองทหารปกป้องราชสำนัก และก็เป็นองครักษ์หญิงรักษาพระองค์ด้วยเช่นกัน และจากนั้นอีกไม่นาน วชิราลงกรณ์ก็ได้สมรสกับ”องครักษ์หญิง”ผู้มีใบหน้างดงามดั่งบุปผาคนนี้สุธิดาสำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาชั้นสูง อากัปกิริยางดงามเรียบร้อย บุคคลิกในการสนทนาอ่อนช้อยดูดี อีกทั้งแสดงการยอมรับต่อบุตรธิดาคนก่อนๆ ของวชิราลงกรณ์อย่างรวดเร็ว และมีเป็นคนมีความใจกว้างและนอบน้อมเบื้องหน้าพสกนิกร อาจเป็นเพราะเห็ยบทเรียนในอดีตกระมัง สุธิดาจะต้องระมัดระวังในการกล่าววาจาอย่างมาก และมีความเจียมเนื้อเจียมตัว แต่วชิราลงกรณ์ก็คือวชิราลงกรณ์ หลังจากทั้งสองได้สมรสกันได้สามเดือน วชิราลงกรณ์ก็รับสินีนาฏมาเป็นเจ้าคุณพระ#คนที่ห้าเจ้าคุณพระ: #พยาบาลทหารสินีนาฏเป็นพยาบาลทหาร ขณะแอบพบรักกัยอยู่นั้น ได้เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่วชิราลงกรณ์ทรงโปรดปราน ทั้งสองชอบใส่เสื้อคู่รักออกไปข้างนอก เมื่อวชิราลงกรณ์เสด็จไปพระราชพิธีสำคัญๆนั้น ก็มักจะพาเจ้าคุณพระองค์นี้ไปด้วยเสมอ แต่ไม่พาสุธิดาไปด้วยแถมสินีนาฏยังเป็นเจ้าคุณพระเพียงผู้เดียวในรอบร้อยปีของไทย และอีกทั้งประเทศไทยก็ยกเลิกระบอบหนึ่งผัวหลายเมียไปนานแล้ว ดังนั้นวชิราลงกรณ์ได้ประกาศให้โลกรู้อย่างไม่ต้องสงสัยว่า ตอนนี้ตนมีเจ้าคุณพระที่เราหลงรักมากแล้วนะสินีนาฏอาศัยความเป็นที่โปรดปราน ไม่เคยมองสุธิดาอยู่ในสายตา แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่า สินีนาฏดำรงตำแหน่งยังไม่ถึงร้อยวัน ก็โดนกษัตริย์อาศัยข้อกล่าวหาที่ว่า “ไม่ซื่อสัตย์ต่อพระมหากษัตริย์” และ “มีจิตใจมักใหญ่ใฝ่สูง” ปลดออกจากตำแหน่งเจ้าคุณพระ และถูกส่งตัวเข้าคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกรุงเทพ เจ้าคุณพระที่ทรงแต่งตั้งมากับมือถือถูกโละ ข่าวลือแพร่สะพัดทั่วหล้า บ้างก็ลือว่านางมีชู้ บ้างก็ลือว่านางถูกทรมานจนตาย แต่ความจริงแล้วนั้น กษัตริย์ไทยให้ความใส่ใจความเป็นไปของสินีนาฏมาก โดยจะมีคน้ข้าไปถวายรายงานสถานการณ์ระหว่างที่สินีนาฏอยู่ในเรือนจำหญิงผู้เป็นพระราชินีซึ่งทึกทักเอาว่าอนาคตจะไร้ซึ่งคู่ต่อกรแล้วนั้น อยู่มาไม่ถึงปีกลับตกอยู่สภาวะสั่นคลอนอีกครั้ง เพราะไม่เพียงแต่ราชาจะทรงอภัยโทษให้แก่สินีนาฏเท่านั้น ยังจัดเครื่องบินส่วนตัวบินมารับตัวไปอยู่ด้วยกันที่ประเทศเยอรมัน พระมหากษัตริย์ผู้ใจกว้าง พ้นลมปากครั้งเดียวก็สามารถซื้อชุดพระราชพิธีสุดหรูเป็นสิบๆชุดให้แก่สินีนาฏที่เพิ่งออกมาจากเรือนจำ ชุดหรูทั้งสิบปรากฎขึ้นที่สนามบินกรุงเทพ โดยแบ่งบรรจุลงในถุงที่ปราณีตพิถีพิถัน และอยู่ในความดูแลอย่างของข้าราชบริพารนับจากวันครบพระราชสมภพของกษัติรย์ไทยวันที่ 28 กรกฎาคม ของปีที่แล้วเป็นต้นมา พระองค์ทรงหลบหลี้หนีภัยโรคระบาดอยู่ที่ประเทศเยอรมัน แต่พระองค์กลับถ่ายทอดพระราชโองการอันทรงธรรมก้องนภา นักโทษหญิงทั้งหมดทรงได้รับการพระราชทานอภัยโทษ ทั้งนี้รวมไปถึงเจ้าคุณพระที่ถูกโละทิ้งซึ่งติดคุกอยู่ในเรือนจำเป็นเวลาเกือบหนึ่งปีด้วย เมื่อถึงสิ้นเดือนสิงหาคมของปีที่แล้ว ทัณฑสถานหญิงก็ได้มีการจัดกิจกรรม Big cleaning อย่างกะทันหันเป็นเวลาหลายวัน มีข่าวลือกันว่า นี่เป็นคำสั่งของพระมหากษัตริย์ โดยการทำความสะอาดบริเวณที่พระนางจะเสด็จผ่านหลังได้รับอิสรภาพ รวมไปถึงทางเดินต่างๆ เพื่อเป็นลางถึงอนาคตใหม่อันสดใสนักข่าวในพระราชสำนักแมคเกรเกอร์เปิดเผยในภายหลังว่า สินีนาฎออกจากคุกเมื่อวันที่ 28ดร.เพียงดิน รักไทย

หมวดหมู่
ลิเกหลวง

#ลิเกหลวง

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

หลังจากที่ดิชั้นหายหน้าไปนาน อีพวกลูกจ้างมันนินทาชั้นสะบัด หาว่าดิชั้นตายไปแล้วบ้าง หาว่าดิชั้นติดคุกตลอดชีวิตบ้าง จริงๆ ก็ห้ามพวกมันคิดแบบนั้นไม่ได้ เพราะผัวดิชั้นโกรธจัดถึงขนาดสั่งคนไปทุบบ้านแม่ดิชั้นที่แม่ฮ่องสอน ที่ไหนได้ พวกมันไม่รู้เลยว่า หลังจากดิชั้นเข้าคุกไปไม่นาน ผัวดิชั้นก็ติดต่อกลับมา ใครจะไม่เชื่อก็ตามใจ แต่จริงๆ แล้ว ผัวดิชั้นโทรศัพท์มา sex phone กับดิชั้นด้วย เรื่องนี้ อธิบดีกรมราชทัณฑ์รู้ดี คนที่เป็นผัวอีมาดามยี่หุบค่ะ…ชีวิตในเรือนจำแม้จะน่าเบื่อ แต่ดิชั้นก็อยู่อย่างสบาย มีทาสรับใช้ นอนห้องติดแอร์ มีคนมาเยื่ยม มีอาหารกินอร่อยทุกมือ รวมๆ แล้ว ไม่มีเรื่องเลวร้ายอะไร ยกเว้นเรื่องพลาดเรื่องเดียว คือเมื่อตอนดิชั้นเข้ามาอยู่ในคุกใหม่ๆ ทางผู้คุมเค้ายึดโทรศัพท์ดิชั้นไปตามกฎของเรือนจำ พอถูกยึดไปแล้ว อีคิ้วตันสั่งให้คนมาเอาโทรศัพท์ของดิชั้นไป เพื่อไปแฮ็คเอารูปที่ดิชั้นถ่ายไว้หลายร้อยใบ เป็นรูปโป้ส่วนตัวของดิชั้น แล้วอีคิ้วตันก็สั่งให้คนก้อปปี้รูปต่างๆ เหล่านี้ ส่งไปให้อีซินแสกะเทยซูชิและไอ้นักข่าวฝรั่งขี้เมา มันเป็นแผนต้องการกำจัดดิชั้น โดยยืมมือคนอยู่ต่างประเทศ ดังนั้น ใครที่คิดว่าอีคิ้วตันซื่อ ไม่มีพิษภัย ไม่จริงค่ะ อีดอกนี้มันร้ายพอๆ กับดิชั้น นี่ชั้นก็ภาวนาว่า ขออย่าให้รูปเหล่านั้นหลุดออกมาเลย ชั้นต้องอับอายแน่ๆ…และแล้ว ผัวดิชั้นก็หายโกรธในที่สุด และได้สั่งให้มีการปล่อยตัวดิชั้น เพื่อเป็นการรับชวัญการเป็นอิสระ ดิชั้นโทรหาอีมาดามยี่หุบ สั่งซื้อกระเป๋าแอร์เมสผ่านซูม โดยมีคนพาไปที่ร้านที่พาราก้อน ให้ดิชั้นเลือกตามใจชอบ ดิชั้นก็เลือกมาหลายใบ ส่วนคนที่จ่ายค่ากระเป๋าก็ผัวอีนางมาดามยี่หุบละค่ะ วันที่ดิชั้นจะออกจากคุก อีซินแซกะเทยก็ได้โพนทะนาข่าวไปจนทั่ว จนดิชั้นต้องออกจากคุกแบบเงียบๆ ที่น่าขำคือ อีพวกลูกจ้างสลิ่มมันคิดว่าไม่ใช่เรื่องจริง จนกระทั่งเมื่อดิชั้นบินไปเยอรมันแล้ว และผัวดิชั้นสั่งให้มีการตีพิมพ์การปล่อยดิชั้นอย่างเป็นทางการในคอลัมน์แคลียาจ๊ะจ๋า เมื่อนั้นแหละที่อีสลิ่มเพิ่งรู้ว่าเรื่องดิชั้นเป็นอิสระนั้นคือความจริง วันที่ดิชั้นไปถึงเยอรมัน ดิชั้นดีใจมากที่ผัวมารับถึงเครื่องบิน แถมใส่เสื้อกล้ามตัวจิ๋วมารับท้าลมหนาว…หลังจากนั้น ดิชั้นต้องปรับตัวใหม่อยากมาก อย่างแรกเลย ดิชั้นต้องให้สัญญาผัวว่า จะไม่ไปราวีอีเมียหลวงคิ้วตัน ในโอกาสนั้น ผัวสั่งให้ดิชั้นกราบตีนเมียหลวงต่อหน้าข้าทาสบริวาร ซึ่งชั้นต้องจำใจทำ แต่อย่าคิดนะว่าดิชั้นจะยอมแพ้ง่ายๆ ถ้ามึงเผลอเมื่อไหร่ อีคิ้วตัน กูจะกำจัดมึงให้พ้นทางไปให้จงได้ ส่วนเรื่องปรับตัวอื่นๆ นั้น ดิชั้นต้องลดความจุ้นจ้านลง แต่ผัวก็ยังฟังคำปรึกษาของดิชั้น เพราะเค้ารู้ว่าดิชั้นติดตามการเมืองไทยอย่างใกล้ชิด ตัวอย่างที่ดิชั้นแนะให้ผัวปล่อยตัวอีทนายอานันท์ เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์มันตึงเครียดเกินไป ดิชั้นยังสั่งให้ผัวอีมาดามยี่หุบเป็นคนเดินออกมาส่งทนายอานันท์ด้วยตัวเองตอนออกจากคุก….ทีนี้ วันสำคัญกำลังจะมาถึง อีกไม่กี่ชั่วโมง ดิชั้นก็ต้องเดินทางไปสนามบินพร้อมกับผัวและอีคิ้วตัน เพื่อเดินทางกลับไทย รอบนี้ ลูกจ้างมันคิดว่า สาเหตุที่ผัวดิชั้นจะกลับไทย 3 อาทิตย์นั้น เพราะต้องการไปมอบปริญญาบัตรให้ไพร่ โอ้ย ไม่จริงค่ะ ผัวดิชั้นไม่แคร์พวกไพร่ขนาดนั้น ที่กลับไปนานรอบนี้ก็เพราะว่า ต้องไปจัดงานระลึกวันตายพ่อเค้า และจะไปจับตามองการประท้วงของพวกลูกจ้าง โดยดิชั้นแนะให้ผัวไปงานที่วัดพระแก้ว เพื่อไปขัดขวางการชุมนุมในวันที่ 14 ตค เป็นไงคะ แผนชั่วของดิชั้น…นอกจากนี้ เดือนตุลามีความสำคัญเพราะเป็นเดือนที่มีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ผัวจึงต้องไปดูว่า การโยกย้ายเหล่านั้นเรียบร้อยดีไหม พร้อมกับการจับตามองการประท้วงอย่างที่บอก และจะเดินทางไปอีสาน ไปสานต่อโครงการโคกหนองใน เพื่อโชว์ให้ลูกจ้างดูว่า ผัวชั้นก็สนใจงานพัฒนาเหมือนกัน เวลาที่เหลือถึงเอาไปให้การแจกปริญญาบัตรค่ะ….ส่วนดิชั้น จะแต่งตัวสวยๆ ไปงานทอดกฐิน นี่จะเป็นการเปิดตัวดิชั้นครั้งแรกอย่างเป็นทางการหลังจากดิชั้นออกจากคุก ส่วนรูปนี้คือตอนผัวพาดืชั้นไปเลี้ยงเบียร์หลังออกจากคุกค่ะ

หมวดหมู่
รักในรอยแค้น

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 22

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ป้อกกี้จะกำจัดคุณโอเลี้ยงยังไงหรอคะ ก็โดยผ่านการแพร่อุดมการณ์ไม่เอาประธาน เป็นอุดมการณ์ที่ได้อิทธิพลจากฝรั่งเศส นี่ไม่นับว่า ป้อกกี้จบฝรั่งเศส มีเมียฝรั่งเศส และได้ความคิดแบบโซเชี่ยลลิสและรีพับรีกันนิซึ่มติดตัวมา ดังนั้น คุณโอเลี้ยงอาจจะรำคาญสมทอน แต่ที่น่าหวาดเกรงจริงๆ คือป้อกกี้ เพราะเป็นแหล่งแพร่เชื้อความคิดที่ไม่เอาคุณโอเลี้ยง ดังนั้น อย่างที่บอก แผนการกำจัดพรรคส้มเช้งจึงได้ถือกำเนิดตั้งแต่วันแรก

…แต่แรกๆ พรรคส้มเช้งก็รุกหนักจริงๆ ทั้คงามพยายามจะเอายามออกจากบริษัท หรือการที่ต้องมีระบบการตรวจสอบการทำงานของท่านประธาน ซึ่งอีพวกลูกจ้างที่เป็นพวกลอดช่อง มันเลยออกมาล่าแม่มดป้อกกี้ ที่พลอยโดนไปถึงคุณสมทอนและน้องคางทูม ว่าส่องสุมกำลังพลในการล้มท่านประธาน การต่อสู้ของส้มเช้งที่อยู่รอดได้ก็เพราะแรงสนับสนุนจากลูกจ้างรุ่นใหม่เป็นหลัก

…พักเรื่องการมาถึงของพรรคส้มเช้งสักพัก ก็เกิดเรื่องใหม่ที่สนุกกว่า คุณเหลี่ยมที่นั่งบงการบริษัทของไทยจากซาอุรู้ว่า การแข่งขันในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นอาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะร่างกฏบริษัทฉบับใหม่มันไม่เอื้อให้พรรคของเค้า หรือที่เรียกว่า พรรคเพื่อเหลี่ยม จะชนะการเลือกตั้งได้ จึงต้องหาทางออกหลายๆ ทาง ทางหนึ่งคือการสร้างพรรคขึ้นมาใหม่เพื่อรวบรวมคะแนนเสียงไม่ให้กระจัดกระจายไปพรรคอื่น เลยมีการตั้งพรรคเหลี่ยมรักษาชาติขึ้น แต่เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปสนุกมากค่ะ

….ในการพบปะกันครั้งสุดท้ายระหว่างคุณเหลี่ยมและคุณบัวหลวง ทั้งคู่ได้มีข้อตกลงกัน คือเรื่องสองคนนี้สนิทกันนั้นมันมีมานานแล้ว เพราะเหลี่ยมจะเป็นเจ้ามือให้บัวหลวงตลอด ทั้งในเรื่องการให้ความช่วยเหลือเพื่อให้ชีวิตของบัวหลวงสะดวกสบายขึ้น ทั้งพาไปดูมวยที่รัสเซีย และพาไปช้อปกระเป๋าแอร์เมสที่ปารีส แต่ในการพบกันครั้งนั้น บัวหลวงพูดขึ้นว่า “ชั้นเป็นหลายอย่างในชีวิต เล่นหนัง ร้องเพลง ก็ทำมาแล้ว ชั้นอยากเป็นผู้จัดการบริษัทบ้าง เธอต้องช่วยชั้นนะ”

…คุณเหลี่ยมปฏิเสธไม่ได้ แต่ในใจก็คิดว่า นี่จะเป็นเบ็ดสำคัญที่อาจสร้างประโยชน์ให้กับเหลี่ยมเอง กล่าวคือ 1) ความต้องการใช้บัวหลวงเป็นสะพานไปสู่โอเลี้ยง 2) ถ้าจะทำให้ท่านประธานพัง การลากพี่สาวประธานมายุ่งเกี่ยวกับบริษัทยิ่งจะทำให้คุณโอเลี้ยงพังเร็วขึ้น คือเหลี่ยมคิดว่า ทั้งขึ้นทั้งล่อง ยังไงเหลี่ยมก็ชนะ ก็เลยบอกว่าจะสนับสนุนคุณบัวหลวง แต่บัวหลวงต้องไปขออนุญาตคุณโอเลี้ยงก่อน ซึ่งบัวหลวงก็รับปาก

….จากนั้นบัวหลวงไปเล่าให้น้องชายโอเลี้ยงฟังว่า อยากเป็นผู้จัดการบริษัท เย็นอยู่ในเหตุการณ์ด้วยค่ะ เย็นยืนยันค่ะ คุณโอเลี้ยงขำพี่สาวที่อยากจะมีอาชีพใหม่ หลังจากลองมาหลายอาชีพ เลยยักหน้าไปอย่างนั้นเพราะคิดว่าพี่สาวพูดเล่น ประสาท อะไรแบบนั้น คุณบัวหลวงเลยตีความว่า น้องชายโอเค แล้วก็เอาไปบอกคุณเหลี่ยม เป็นอันว่า เริ่มกระบวนการของการเสนอชื่อคุณบัวหลวงเป็นผู้จัดการจากพรรคเหลี่ยมรักษาชาติ โดยที่คนของพรรคเหลี่ยมรักษาชาติเองยังไม่รู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำ

….เมื่อประกาศออกไปเท่านั้น ปฏิกิริยาที่มาจากสองด้านต่างกันลิบลับ ฝ่ายลูกจ้างเสื้อแดงกรีดร้องด้วยความดีใจ บอกว่าบัวหลวงคือชะนีขี่ม้าขาว เออ เย็นก็งงกับอีคนห่าพวกนี้ บอกว่าไม่เอาตระกูลคุณโอเลี้ยงแล้วพอกันที แต่เสือกออกมาต้อนรับคุณบัวหลวง งงค่ะ ทางฝ่ายอีลอดช่อง ล้วนด่าบัวหลวงกันใหญ่ ไม่สนใจว่าบัวหลวงคือลูกคุณพล ด่าสาดเสียเทเสีย จนคุณโอเลี้ยงรู้เรื่องเข้า และต้องเข้าแทรกแซง ทั้งนี้เพราะว่า คุณโอเลี้ยงยังต้องหวังพึ่งแรงหนุนจากอีพวกลอดช่อง เพราะมันเป็นกลุ่มคนที่มีอำนาจ ทำไมต้องไปทะเลาะกับมันเพียงเพื่อต้องการเอาใจพี่สาว ในทางตรงข้าม การออกมาห้ามปรามกลับเป็นผลดีของคุณโอเลี้ยงในสายตาลอดช่อง เพราะเท่ากับเป็นการคอนเฟิร์มว่า ทั้งคุณโอเลี้ยงและลอดช่อง ล้วนมีศัตรูคนเดียวกัน นั่นคือ ไอ้เหลี่ยม… เดี๋ยวมาเล่าต่อค่ะ

….รูปนี้ เย็นแอบถ่ายกับโฆษกพรรคเหลี่ยมรักษาชาติ อย่าถามความสัมพันธ์ของเราค่ะ เรื่องมันยาว

หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 21

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

คุณพลตายไปแล้ว ตอนนี้ลูกจ้างเริ่มหวาดกลัวว่า บริษัทจะไม่เหมือนเดิมเพราะคุณโอเลี้ยงขึ้นมาเป็นประธาน ส่วนผู้จัดการนั้น ลูกจ้างไม่หวังอะไรมากจากไอ้ทุย ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ได้เกิดอะไรขึ้นมากมายในบริษัท ทั้งในแง่การเปลี่ยนตัวลูกจ้างที่ทำงานให้ท่านประธาน ทั้งในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างท่านประธานกับเหล่ายาม หรือในแง่ทรัพย์สินที่คุณโอเลี้ยงฮุบหมดจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนประธาน ตอนนี้ไม่เหลืออะไรให้ลูกจ้างเลย ผู้บริหารบริษัททั้งหมดตกเป็นเบี้ยล่างของท่านประธานจริงๆ เย็นมองว่า ไอ้ที่ใครบอกว่าคุณโอเลี้ยงจะบริหารงานไม่เป็น อันนี้ไม่เป็นความจริงนะ

….คุณนายปากแดงนอนเป็นผักอยู่โรงพยาบาล ส่วนพี่สาวคนโต คุณบัวหลวงก็ยังวุ่นวายไม่เลิก ขนาดไม่ได้รับยศฐาใดๆ ก็ยังเบ่งกับลูกจ้าง ส่วนนักจดนั้น เพื่อเป็นการลบข่าวลือเรื่องการแย่งสมบัติกับพี่ชาย นางก็ค่อยๆ ลดบทบาทตัวเองลง แต่ไม่ทั้งหมด ยังมีงานบางอย่างที่พี่ชายต้องใช้มือน้องสาวในการทำให้ อาิท การผู้สัมพันธ์กับบริษัทของจีน จนถึงขนาดที่สำนักงานใหญ่ของจีนเชิญนักจดไปมอบเหรียญกล้าหาญ เพื่อสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ราบรื่นระหว่างบริษัทไทย-จีน ซึ่งอันนี้ คุณโอเลี้ยงมอบหมายให้น้องสาวทำ และก็ไม่ได้มีการอิจฉาริษยาใดๆ

…ส่วนน้องถั่ว ก็ยังทำตัวเป็นลูกแหง่ของครอบครัว หลังจากเลิกกับผัวสองคน และจบไม่ได้ทั้งคู่ นางก็พยายามหาบทบาทให้ตัวเอง โดยก่อนหน้านี้ก็ไปเป็นเพื่อนแม่ในงานศพของณัฏฐา และในช่วงปลายปี 2013 นางก็ออกมาเป็นองค์ประธานในกลุ่ม กปปส โดยออกมาสนับสนุนการเป็น “กบฎ” โดยการเอาธงชาติบริษัทมาผูกเป็นเปียบ้าง เอามาผูกติดกับหมาบ้าง คืออีนี่มันไม่ชอบครอบครัวของไอ้เหลี่ยม และเกลียดลูกจ้างเสื้อแดง ปากมันบอกว่าไม่อยากยุ่งกับงานบริษัท แต่ที่ไหนได้ อีนี่แหละตัวแสบ อีดอก

….ช่วงนี้ คุณโอเลี้ยงเริ่มเอาอีเมียน้อยออกงานมาขึ้น อีลาบก้อยมันกลายมาเป็นคู่แข่งอีคิ้วตันชิงตำแหน่งเถ้าแก่เนี้ย มันเป็นสาวน่านค่ะ เป็นพยาบาล มันเป็นคนบ้าคุณโอเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก และก็ฝันหวานว่าสักวันมันจะได้เข้าใกล้คุณโอเลี้ยง มันเลยเริ่มจากการเข้ามาเป็นพนักงานในบริษัทราชวัลลภ ในตำแหน่งพยาบาล จากนั้นก็ไต่เต้าขึ้นมาเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ได้มีโอกาสเข้าถึงคุณโอเลี้ยง เพราะมันได้รับการเสนอชื่อเป็นพยาบาลดีเด่น เลยต้องรับรางวัลกับคุณโอเลี้ยง ในโอกาสนั้น มันแกล้งทำรางวัลหล่นจากมือ แล้วก็ทำท่าเสียอกเสียใจ ขอโทษคุณโอเลี้ยง จนคุณโอเลี้ยงเห็นใจมัน และในที่สุด ก็เอามันเป็นเมีย

….พอมันได้เป็นเมีย มันก็เริ่มกร่าง กลายมาเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของผัว เป็นคนเอาแฟชั่นเหี้ยมาแนะนำให้ผัว คือไอ้เสื้อเอวลอยนั่นแหละค่ะ แล้วก็เอาสติ๊กเกอร์แทททูมาติด อย่างวันนั้น นางก็เป็นคนจัดปาร์จี้ออร์จี้ให้ผัว และก็สูบยากัน พอไฮได้ที่ ก็ออกไปเดินเล่นตามท้องถนนในมิวนิค จนเป็นภาพที่ลูกจ้างเห็นทั่วไป จากนั้นก็ไปออร์จี้ต่อถึงเช้าและเดินทางไปสนามบินเพื่อบินกลับไทย ที่คุณโอเลี้ยงชอบมันเพราะมันใจถึง มันแซ่บกว่าอีคิ้วตันมาก พออยู่เมืองไทย มันก็ใส่ชุดหวาบหวิวออกมาวิ่งจ๊อกกี้ อย่างที่เราเห็นเช่นกันที่บริเวณหน้าพระรูปทรงม้า …เรื่องที่เกิดขึ้นจึงเป็นที่กังขาว่า แล้วใครจะได้เป็นเมียคนต่อไป แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ในที่สุดแล้ว คุณโอเลี้ยงต้องการเมียทั้งสองคน

…ทางด้านการเมืองนั้น แม้ไอ้เหลี่ยมจะถูกกำจัดไป แต่ไม่นานนักก็เกิดเสี้ยมหนามใหม่ มันเป็นลูกเจ๊กเศรษฐี แม่มันชื่อสมหญิง ส่วนตัวมันคือสมทอน มันประกาศจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่เพื่อแข่งขันในการเลือกตั้ง ชื่อพรรคส้มเช้ง แล้วก็มันเริ่มหาเสียง กลายเป็นที่รักที่ชอบของสาวน้อยใหญ่กะเทยวัยรุ่น ที่สำคัญ เค้ารู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองว่า สมทอนไม่ชอบตระกูลคุณพล จึงกลายมาเป็นเป้าตั้งแต่แรกของการถูกโจมจี สมทอนมีเพื่อนสนิทชื่อป้อกกี้ คือไอ้ป้อกกี้นี่แหละที่จะเป็นตัวล้มคุณโอเลี้ยง ดังนั้น คุณโอเลี้ยงได้แต่รอโอกาสว่าเมื่อไหร่จะสามารถกำจัดพรรคส้มเช้งได้…. อีลาบก้อยนี่แหละที่เป็นตัวยุแยงให้ผัวกำจัดพรรคส้มเช้งโดยเร็ว

….รูปนี้เย็นมีโอกาสถ่ายกับหัวหน้าพรรคส้มเช้งค่ะ

หมวดหมู่
ทักษิณ

#ทักษิณ ตอนที่ 9

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

การจัดวางระเบียบอำนาจในวังทำเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งในแง่การเปลี่ยนคนใกล้ชิดที่วชิราลงกรณ์เอาคนของพ่อตัวเองออก แล้วใส่คนของตัวเองไปแทน เป็นหูเป็นตาให้เมื่อตอนตัวเองไม่อยู่ในไทย มีการจัดระเบียบสภาองคมนตรีใหม่ เอาคนใกล้ชิดของตัวเองเข้าไปเป็นองคมนตรี แต่อย่างที่บอกไว้แล้ว เปรมยังอยู่ในตำแหน่งเดิม แต่อำนาจถูกลด สาเหตุที่วชิราลงกรณ์ไม่ทำอะไรไปมากกว่านั้นเพราะเปรมยังพอมีบารมีอยู่บ้างในกองทัพ และวชิราลงกรณ์ยังต้องพึ่งกองทัพอยู่ในหลายๆ เรื่อง จึงไม่อยากสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น แต่การเก็บเปรมไว้แต่ไม่ให้อำนาจ สำหรับดิชั้นถือว่าเลวร้ายกว่าถูกปลดอีก

…จากนั้น วชิราลงกรณ์หันมาจัดระเบียบคนใกล้ชิด ทั้งในครอบครัวตัวเองและบริวารรอบข้าง ทั้งในเรื่องของการสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว โดยให้รางวัลเมื่อทำถูกใจ แต่จะลงโทษอย่างหนักถ้าทำอะไรให้ผิดใจ และจะประจานความเลวร้ายนั้นทางพระราชกิจจานุเบกษาให้อายไปทั่วปฐพี ซึ่งเรื่องนี้ ก้อยเป็นตัวอย่างทั้งเรื่องการตบรางวัล (แต่งงานด้วย) การลงโทษ (เมื่อทำให้ไม่พอใจ) และการคืนยศ (กลับมาเป็นที่ชอบอีก) ฝรั่งเรียกวิธีนี้ว่าเป็น carrot and stick approach คือให้ทั้งรางวัลและการลงโทษเมื่อมีโอกาส

…นอกจากนี้ อย่างที่เคยเล่า วชิราลงกรณ์สร้างสัมพันธมิตรกับกองทัพ นำเอาความเข้มแข็งกลับมาสู่วงศ์เทวัญ และลดความสำคัญลงของบูรพาพยัคฆ์ การตัดสินใจหนึ่งที่เด่นชัดคือการเอาอภิรัชต์ คงสมพงษ์มาเป็น ผบ ทบ และเหมือนว่าจะมีอำนาจมากกว่าประยุทธ์ด้วยซ้ำ นอกจากทำงานร่วมกับกองทัพแล้ว ยังให้ความชอบธรรมกับพรรครัฐบาล นั่นคือพลังประชารัฐ เพราะถือว่าเป็นฐานของความชอบธรรมของกษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้งเป็นเครื่องมือ

…ทั้งหมดนี้ ทักษิณมองจากดูไบด้วยความใจจดใจจ่อ ด้านหนึ่งก็รู้ว่า วชิราลงกรณ์กำลังอยู่ในระหว่างการสร้างฐานอำนาจของตัวเองที่มีทั้งกองทัพ และพลังในระบอบประชาธิปไตยเป็นเครื่องช่วย ดังนั้น ไอ้การที่คิดว่า ทักษิณยังเป็นตัวแทนความชอบธรรมของคนส่วนใหญ่ ความคิดนี้ก็เริ่มจางหายไป ในสายตาของวชิราลงกรณ์ ไม่เคยเห็นค่าของทักษิณมากกว่านั้น ที่สำคัญ ไม่เห็นหัวประชาชนอยู่แล้ว ในสายตาของทักษิณ รู้ทั้งรู้ว่าเจ้าไม่เอา แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะลุกขึ้นต่อสู้ ทักษิณหวังเสมอที่จะคืนดี แม้ว่าในใจจะไม่รักเจ้า แต่ก็ยังอยากคืนดี ยังอยากกลับไทย ยังอยากเอาเงินคืน ยังไม่อยากให้ครอบครัวตัวเองเดือดร้อน แต่ในการเล่นเกมแบบนี้ ทำให้ทักษิณเสียมวลชนไปเยอะมาก โดยเฉพาะมวลชนคนรุ่นใหม่ ที่โตไม่ทันความรุ่งเรืองของชินวัตร ที่เป็นพลังที่ต่างไปจากคนเสื้อแดง และเป็นกลุ่มคนที่อยากเห็นการเมืองแบบใหม่ การเมืองที่ไม่มีทักษิณอยู่ในนั้น

…พูดแบบนี้ ทักษิณก็ติดแหงก คนเสื้อแดงตัวดังๆ ที่เคยเป็นปากเสียงให้ทักษิณก็ถูกอุ้มฆ่าไปหมด คนเสื้อแดงชาวบ้านถูกทำร้าย ขบวนการเสื้อแดงก็หายไปแล้ว แถมหมู่บ้านคนเสื้อแดงยังถูกคนอย่างแรมโบ้อีสานมาช่วยทำลายทิ้ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวเร่งให้ทักษิณหมดความสำคัญลงเร็วยิ่งขึ้นนั่นคือ การมาถึงของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคอนาคตใหม่ ชื่อของธนาธรเริ่มได้ยินมากขึ้นในหมู่ผู้นำการเมืองและธุรกิจของไทย ก่อนที่เค้าจะเข้าสู่แวดวงการเมือง ในชุมชนผู้นำเหล่านั้น ต่างรู้ดีว่า ธนาธรมีความคิดทางการเมืองแบบใด นั่นคือ ความคิดค่อนข้างราดิคัลที่ตั้งอยู่บนการวิพากษ์วิจารณษ์เจ้า ดังนั้น การเข้าสู่การเมืองด้วยจุดยืนแบบนี้จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายธนาธร ในหมู่ของคนที่รู้จุดยืดของเค้า ก็หวังว่าเค้าจะผลักดันเรื่องการปฏิรูปกษัตริย์ แต่ในเวทีแห่งความเป็นจริง ธนาธรเลือกที่จะประนีประนอม นั่นจึงเป็นจุดบอดที่ทั้งสองฝ่ายโจมตีเค้า คือโดยทั้งฝั่งเจ้า และฝั่งประชาธิปไตย

…แต่ในสายตาของวชิราลงกรณ์ การมาถึงของธนาธร (พ่วงปิยบุตรไปด้วย) มันคือภัยคุกคามที่แท้จริง ทักษิณกลายเป็นของเล่นกระจอกไปเลย ด้วยความคิดแบบนี้ ในวังถึงมีความตั้งใจกำจัดอนาคตใหม่แต่แรก คำถามคือ จะเป็นเมื่อไหร่เท่านั้น

หมวดหมู่
ทักษิณ

#ทักษิณ ตอนที่ 8

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

และแล้ว เมื่อรู้ว่าภูมิพลอยู่ในสภาพสาหัสแล้ว ทางกองทัพได้ปรึกษากัน รวมถึงได้สอบถามความเห็นของวชิราลงกรณ์ ถึงเรื่องการทำรัฐประหาร ซึ่งวชิราลงกรณ์เห็นดีด้วย ที่ผ่านมา ชินวัตรยังคิดว่าจะสามารถซื้อใจวชิราลงกรณ์ได้ จนมีการปล่อยข่าวลือถึงการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างวชิราลงกรณ์และทักษิณ จนส่วนหนึ่งของเสื้อแดงเอาไปขยายความต่อว่า วชิราลงกรณ์คือกษัตริย์ของคนเสื้อแดง จนเกิดวาทกรรม เรารักพระบรม

….การเล็คเชอร์ครั้งสุดท้ายของดิชั้นที่กรุงเทพจัดก่อนการทำรัฐประหารเพียงไม่นาน จัดที่ใจกลางย่านสลิ่ม นั่นคือในโรงภาพยนตร์ในสยามพาราก้อน ดิชั้นจำได้แม่นว่า ครั้งนั้น ดิชั้นวิจารณ์วชิราลงกรณ์อย่างตรงไปตรงมา จนกลัวว่าจะถูกทำร้ายด้วยซ้ำ ตอนอยู่บนเวที ถ้าใครจำได้ ดิชั้นถอดเสื้อนอกออก เพื่อโชว์เสื้อยืดข้างในที่เขียนว่า “เรารักพระบรม” บอกเป็นนัยๆ กับคนเสื้อแดงว่า อย่าไปหวังอะไรมาก อย่ามโนไปมากกว่านั้น

….การที่วชิราลงกรณ์โอเคกับรัฐประหาร ก็เท่ากับว่า เชื่อใจและไว้ใจกองทัพในการเข้ามาควบคุมกำกับการเปลี่ยนผ่านเลือกตั้ง มากกว่าที่จะไว้ใจทักษิณ และวชิราลงกรณ์ก็ไม่แคร์ด้วยว่า การเริ่มศักราชใหม่ภายใต้การปกครองของตัวเองจะไม่ได้มาจากรัฐบาลที่ใมาจากการเลือกตั้งเป็นตัวหนุนหลัง แต่การขึ้นครองราชย์กลับเกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลทหาร ในเรื่องภาพลักษณ์ตรงนี้ วชิราลงกรณ์ไม่แคร์ทั้งสิ้น ถึงตรงจุดที่ยินยอมพร้อมใจให้มีรัฐประหาร นั่นก็คือช่วงที่วชิราลงกรณ์เข้ามาคุยการเมืองเกือบจะเต็มที่แล้ว ตอนนั้น บอกเลยว่า ภูมิพลรอแต่ความตาย

….แม้แต่ก่อนที่ภูมิพลจะตาย วชิราลงกรณ์ก็เข้ามาบริหารอำนาจในวังแล้ว ตอนนั้น ใครยังฝันว่าสิรินทรจะได้ขึ้น ก็ถือว่าบ้าเต็มที ตอนนั้น วชิราลงกรณ์เริ่มถ่ายเทคนของพ่อออก แล้วเอาคนของตัวเองเข้ามาแทนที่ หนึ่งในคนนั้นคือ ดิศธร วัชโรทัย คนสนิทของในหลวงรัชกาลที่ 9 มีโครตเหง้าคือแก้วขวัญ ขวัญแก้ว ที่เป็นเลขาในหลวงมาหลายปี จนสืบทอดต่อมายังดิสธร แต่ระหว่างอยู่กับในหลวง ดิศธรมีความกร่าง และพยายามขัดขวางวชิราลงกรณ์ในหลายโอกาส หลายเรื่อง คอยเป่าหูในหลวงเรื่องต่างๆ บ่ายเบี่ยงไม่ให้วชิราลงกรณ์พบภูมิพล พอถึงตอนเปลี่ยนผ่านอำนาจจริงๆ วชิราลงกรณ์ถึงจัดหนัก ลดตำแหน่ง ย้าย ต่อมาไล่ออก และกล่าวโทษแรงๆ ทั้งโกง มีชู้ ต่างๆ นานา เพื่อให้อาย แถมเอาไปฝึกทหารที่ทวีวัฒนา แล้วแกล้วปล่อยภาพหลุด เป็นต้น อ้อ จากนั้น ก็เอาดิศธรไปเป็นคนใช้ในวังของตัวเอง มีนักการเมืองท่านหนึ่งที่ได้ไปเข้าเฝ้าวชิราลงกรณ์ เอามาเล่าให้ฟังว่า คนที่มาเสริฟ์น้ำชาให้แขกคือดิศธรนั่นเอง ถือเป็นการทำให้ละอายมาก

….การถ่ายเทคนเหล่านี้เริ่มมานานพอควรแล้ว พร้อมๆ ไปกันการเสริมกำลังให้กับราชวัลลภ ที่เป็นหน่วยทหารส่วนตัวของวชิราลงกรณ์ ตอนจนของปี 2014 เราเห็นการล้างบ้านกำจัดศรีรัศมิ์ เราเห็นเรื่องการกำจัดดิศธร จากนั้นก็เริ่มปรับโครงสร้างองคมนตรี ก่อนหน้านี้ องคมนตรีเป็นหน่วยงานหลักในการให้คำปรึกษาในหลวง แต่วชิราลงกรณ์ต้องการรวมอำนาจ ไม่ต้องการใช้องคมนตรีเป็นนอมินีทางการเมือง สาเหตุหนึ่งเพราะมาจากความเกลียดเปรมเป็นการส่วนตัว เปรมมีนิสัยเหมือนดิสธร คือขี้ฟ้อง เปรมนี่แหละที่อยู่เบื้องหลังการยุให้ในหลวงเกลียดทักษิณ และยังไปเม่าท์ให้ทูตอเมริกาฟังถึงความไม่เอาถ่านของวชิราลงกรณ์ แถมเสนอว่า สิรินทรขึ้นเป็นกษัตรีย์องค์ใหม่น่าจะเหมาะสมกว่า เรื่องนี้วชิราลงกรณ์แค้นมาก แต่แทนที่จะจัดการเปรมแรงๆ กลับให้อยู่ในตำแหน่งประธานองคมนตรี แต่ริบอำนาจจากมันมาทั้งหมด โดยการขอให้แก้รัฐธรรมนูญที่ต่อไปนี้ วชิราลงกรณ์ไม่ต้องแต่งตั้งประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนทุกครั้งที่ตัวเองเดินทางไปเยอรมัน

…ตอนหน้ามาเล่าเรื่องการล้างแค้นอื่นๆ ของวชิราลงกรณ์ค่ะ

หมวดหมู่
รักในรอยแค้น

#รักในรอยแค้น ตอนที่ 19

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ในที่สุด อีหอยก็พ่ายแพ้ เมื่ออีเผือกได้จัดการก่อความวุ่นวาย ที่ได้รับความช่วยเหลือจากอีพระพุซซี่เสรี เหล่ายามได้เข้ายึดอำนาจ เขี่ยอีหอยออกจากตำแหน่งผู้จัดการ โดยมีการแต่งตั้งผู้จัดการคนใหม่ นั่นคือไอ้ทุย ไอ้ทุยเป็นหัวหน้ายามที่ทำการยึดอำนาจ มันยังเป็นหัวหน้ากลุ่มเสือตะวันออก เป็นลูกสมุนคู่ใจของป้าปากแดง ที่ติดสอยห้อยตามป้ามาตั้งแต่มันยังเป็นหนุ่มๆ สาเหตุที่ป้าปากแดงชอบมัน เพราะมันเชื่องเหมือนหมา ไม่ฉลาด แถมชอบทำตัวเป็นพวกตลกแดก ซึ่งคนในครอบครัวคุณพลชอบเลี้ยงคนแบบนี้….พออีหอยตกจากที่สูง ก็ยังไม่เลิกที่จะจองเวร จนในที่สุด อีหอยต้องระเห็ดไปอยู่กับพี่เหลี่ยมที่ซาอุ ตัดกลับมาในเมืองกะลา คุณพลป่วยหนัก ตอนนี้นอนติดเตียงอย่างเดียว ส่วนป้าปากแดงก็เป็นผัก สองผัวเมียแย่งกันว่าใครจะไปหาคุณนนท์ก่อน พี่ชายที่ถูกคุณพลฆ่าตาย การเข้ามาสู่อำนาจของไอ้ทุยก็มาเพื่อการนี้ มาเพื่อการปูทางให้คุณโอเลี้ยงขึ้นเป็นผู้จัดการคนใหม่ สาเหตุเพราะคนเหล่านี้ไม่มั่นใจในวุฒิภาวะของโอเลี้ยง เพราะเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่รู้ว่าจะไปคืนดีกับไอ้เหลี่ยมวันไหน เลยต้องชิงปล้นอำนาจก่อน เพื่อให้การเปลี่ยนถ่ายอำนาจเป็นไปอย่างราบรื่น….ในช่วงปลายปีหลังจากการยึดอำนาจ ก็เกิดเรื่องใหญ่ในครอบครัวของคุณโอเลี้ยง และแล้ววันนั้นก็มาถึง วันที่คุณโอเลี้ยงกำจัดเมียอ๊อด เมื่อรู้ว่าตัวเองจะขึ้นเป็นประธานในเร็ววัน ก็มีการจัดการ “ทำความสะอาดบ้าน” โดยการเขี่ยเมียอ๊อด เพื่อต้อนรับเมียใหม่ อีคิ้วตัน สาเหตุมาจากการหมดรักอ๊อด นอกจากนั้น มาจากวีรกรรมของอ๊อดที่ไปตบคิ้วตันหน้าเครื่องบิน เอาถาดอาหารที่บรรจุข้าวแพนงไก่ ราดใส่หัวอีคิ้วตัน จนทำให้ผัวโอเลี้ยงไม่พอใจ ที่สำคัญ แม้จะเป็นผัวเมียกันมานาน แต่โอเลี้ยงไม่เคยให้เกียรติอ๊อด มักพูดกับคนแปลกหน้าต่างๆ ว่า “อีอ๊อดมันก็แค่กะหรี่” ทั้งๆ ที่อ๊อดผลิตทายาทลูกชายให้ 1 คน นั่นคือน้องขนมปัง….พิธีการหย่าก็เริ่มขึ้น มันไม่ใช่แค่การหย่า แต่มันเป็นการลงโทษ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้การหย่า คุณโอเลี้ยงกล่าวหาญาติของอ๊อดว่าเอาชื่อคุณโอเลี้ยงไปติดบนฉลากขวดน้ำพริกนรก ถือว่าเป็นการเอาชื่อไปขายเพื่อผลประโยชน์ โดยพ่อแม่อ๊อดโดนจับหมด พี่ชายก็โดน นอกจากนี้ คุณลุงอ๊อด พัฒน์พงษ์ มายาพันธ์ ก็โดนจับด้วย เรียกว่าถูกจับทั้งโครตเหง้า จากนั้น ก็แกล้งปล่อยข่าวว่า คุณพลมอบเงิน 200 ล้านบาทเป็นค่าทำขวัญแก่อ๊อด บอกว่าเงินนั้นมาจากสำนักทรัพย์สินส่วนประธาน แม้ว่าความเป็นจริง ลุงพลตอนนั้นจะตายห่าแล้ว และในความเป็นจริง อ๊อดไม่ได้เงินแม้แต่สลึงเดียว ไม่พอ ยังมีการพรากลูกจากแม่ และที่สำคัญ จับอ๊อดขังในบ้านราชบุรี จับโกนหัวเป็นอองซานซูจีน แถมทำบ้านพังเละเทะ เอาป้ายไปติดว่า จงอยู่อย่างพอเพียง หลอนไหมละคะ…ตกลงหย่ากัน ชาวบ้านคิดว่าจบด้วยดี ที่ไหนได้ อ๊อดหนีไม่ทัน ไม่เหมือนปอร์เช่ มันเป็นกงกรรมกงเกวียน เพราะอ๊อดเคยทำกับปอร์เช่มาก่อน ตอนนี้ อ๊อดถูกคิ้วตันทำบ้าง จากนี้ไป คิ้วตันคิดว่าทางของนางในการไปสู่ความเป็นเถ้าแก่เนี้ยคงจะปลอดโปร่ง ไม่ค่ะ ไม่… จากปี 2014 ไป การบริหารบริษัทตกอยู่ในมือไอ้ทุย ซึ่งมีแต่เสื่อมลง แต่คุณโอเลี้ยงไม่สนใจ ตราบใดที่สามารถคุมไอ้ทุยได้ เท่านั้นเป็นพอ…ต้นปี 2016 อยู่ดีๆ มีคนส่งรูปอ๊อดมาให้เย็นดู เป็นรูปครบเซ็ทที่เห็นคุณอ๊อดถูกโกนหัว ใส่ชุดชี เย็นเพิ่งเห็นจะๆ ก็คราวนี้ แล้วเย็นก็ปากไม่ดี เอาไปพูดต่อในเฟซบุ๊ค จนคุณโอเลี้ยงโกรธ ก็เลยส่งมือสังหารไก่แจ้มาข่มขู่ครอบครัวเย็น ช่วงนั้น เย็นมีโอกาสได้คุยกับไอ้เหลี่ยม ซึ่งไอ้เหลี่ยมได้เตือนว่า อย่าไปวุ่นวายกับคุณโอเลี้ยง เพราะคุณโอเลี้ยงเป็นบ้า แถมบอกดิชั้นด้วยว่า ปลายปี 2016 จะมีการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ นั่นคือเวลาของการขึ้นเป็นประธานบริษัทของคุณโอเลี้ยงมาถึงแล้ว และนั่นก็หมายความว่า คุณพลจะตายในเร็วๆ นี้…ปล: ภาพเย็นตอนพบกับคุณเหลี่ยมค่ะ

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น