หมวดหมู่
ตาสว่าง

#ตาสว่างตอนที่ 13

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ในช่วงรับราชการที่สถานทูตไทยที่สิงคโปร์นั้น ไดมีโอกาสรับเจ้า 4 คน เล่าไปแล้วเรื่องรับองค์ภาและสิริวัณณวรี บอกตรงๆ แม้กระทรวงจะเป็นลูกเจ้าขุนมูลนาย มีความใกล้ชิด ทุกคนอยากใกล้ชิตเจ้า เพราะมันจะเป็นสะพานไปสู่ความสำเร็จในชีวิตราชการ มีการยอมรับโดยทั่วไปเลยในกระทรวงการต่างประเทศว่า ถ้ารับราชการถูกใจเจ้า โอกาสการเลื่อนขั้น/ตำแหน่ง มีสูง รวมถึงการได้โพสต์ประจำการดีๆ ในยุโรปหรืออเมริกาก็มีมากเช่นกัน อันนั้นมันเป็นความตาสว่างแลัสว่างอีกว่า ต้องใช้ระบบอุปถัมภ์ การประจบสอพลอ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ส่วนตัว คือยิ่งเห็นระบบแบบนี้ ยิ่งเอียน ยิ่งเกลียด ยิ่งรู้ว่าการรับใช้เจ้าแบบนี้มันคือความฉิบหายของสังคมไทย

….ขอเล่าเรื่องการรับวชิราลงกรณ์ก่อน เค้ามาแค่ไม่กี่ชั่วโมง ขับเครื่องบินมาเอาชั่วโมงบิน มาถึงสนามบินชางงี และก็พักอยู่ 2-3 ชั่วโมงในห้อง VIP ก่อนจะบินกลับ แค่นั้น พวกเราก็เตรียมงานกันเป็นเดือน ต้องมีกำหนดการที่เรียกว่านาทีต่อนาที ต้องคุยกับทางฝ่ายสิงคโปร์เป็นเดือนๆ ต้องไปดูแลความเรียนร้อยของสถานที่ ต้องมีการเตรียมของทุกอย่าง ของใช้ของกิน คือมันจะมีลิสต์มาจากในวังว่าต้องการอะไร ของหลายอย่างเป็นเรื่องปกติ เช่น ไวน์ แชมเปญ อาหารที่เค้าชอบ ขนมนมเนย ผลไม้ไฮโซ เออ ที่แปลกใจคือ มีการขอน้ำเก๊กฮวยมาด้วย

…พอเครื่องมาถึง ประตูเครื่องบินเปิด พวกเราเข้าแถวรอรับเสด็จ ทางฝ่ายสิงคโปร์ก็ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงมารับ ตั้งแต่รองนายก อธิบดีกรมพิธีการทูต กรมต่างๆ ของกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ทางฝ่ายเราก็มีอีทูต เมียทูต ทูตทหาร เมียทูตทหาร ทูตพาณิชย์ เมียทูต ทูตแรงงาย เมียทูต ทูต ททท ผัวทูต และข้าราชการตัวเล็กตัวน้อย เรียงคิวกันรับเสด็จ พอเปิดประตูมาปุ๊ป คุณผู้ชมคะ อีหมาค่ะ อีหมา 2 ตัว ฟูฟู่ กับ ฟีฟี่ วิ่งออกมา ใส่ชุดนักบิน มีชื่อปักหน้าอกด้วยตำแหน่งพลอากาศโท ตายแล้ว ทางฝ่ายสิงคโปร์ตกใจตาแทบหลุดจากเบ้า ทั้งนี้นอกจากเพราะไม่ได้แจ้งว่าจะเอาหมามา จริงๆ มันต้องการการ quarantine ด้วยซ้ำ แต่ความตกใจยังเกิดมาจากการไม่เคยเห็นอะไรที่แปลกแบบนี้ แต่งตัวหมาในชุดนักบิน แถมให้ยศทางทหาร ลึกๆ สิงคโปร์มันก็คิดว่าวชิราลงกรณ์บ้าฉิบหาย

…วชิราลงกรณ์มาถึงก็เข้าห้องไปพัก พวกเรา ขรก เด็กๆ ก็รอข้างนอก ข้าราชการของเจ้า ตัดผมขาวสามด้าน ยศน้อยฉิบหาย แต่โครตเบ่ง แม่งถามหาน้ำเก๊กฮวย ก็เพิ่งอ๋อว่าอีหมา 2 ตัวไม่ดื่มน้ำเปล่าค่ะ แม่งดื่มน้ำเก๊กฮวย ดัดจริต แต่อีหมา 2 ตัวนี้มันคือทหารจริงๆ พี่เลี้ยงสั่งมันหันซ้ายหันขวามันก็ทำ จนทางฝ่ายสิงค์โปร์ช้อคแล้วช้อคอีก มองด้วยความงงงวย ส่วนข้าราชการฝ่ายเราเห็นเป็นเรื่องน่าเอ็นดู ถ่ายรูปอีฟูฟู่ ฟีฟี่กันใหญ่

….สักครู่ พวกเราถูกเรียกมาถ่ายรูปร่วมกับเจ้า ซึ่งเป็นธรรมเนียมของการเยือนของเข้าในต่างประเทศ ข้าราชการกระทรวงจะชอบกระบวนการนี้ เพราะเมื่อได้ถ่ายกับเจ้า ก็เอารูปไปตั้งโต๊ะในที่ทำงาน เพื่อให้รู้ส่าตัวเองเคยรับใช้เจ้าองค์ไหนมาก่อน เช่นเดียวกัน มันกลายมาเป็นใบเบิกทางของข้าราชการเหล่านั้น และมันจะลงท้ายด้วยการมอบของจากเจ้าให้ ก็ต้องมีการซ้อมท่ารับของ ของจากเจ้าแม่งก็กะโหลกะลา เป็นของโชว์ห่วย จากเสิ่นเจิ้น เช่นปากกาที่แม่งเขียนไม่ติด ที่ทับกระดาษ มีดพก เข็มทิศ หรือบางทีก็สมุดโน๊ตที่มีรูปหน้าปกเป็นรูปเจ้า

…ที่นี้ เราถูกเรียกไปถ่ายรูป เราถูกสั่งให้ยืนเข้าแถวหน้าห้อง เรียงลำดับอาวุโส จากทูต ไปถึงคนระดับล่างสุด พอประตูเปิดปุ๊ป อีทูตก็เขาทรุด คือลงไปคลานเพื่อเข้าไปในห้อง ที่ไหนได้ พอเงยหน้ามาดู เป็นอีหมาสองตัวนั่งบบโต๊ะ คือเซ็ตแรกของรูปถ่ายคือการถ่ายกับอีหมา 2 ตัว ส่วนพวกเรานั่งบนพื้น กลายเป็นว่า หมาสองตัวเป็นเจ้า มีไพร่เป็นมนุษย์นั่งพับเพียบกับพื้น ก่อนจะมีการถ่ายอีกเซ็ทกับวชิราลงกรณ์ ซึ่งเข้าไม่มีปฏิสันถารอะไรกับเราเลย เค้าไม่คุยกับข้าราชการ เราไม่ได้มีโอกาสอยู่ในห้องนานกับเค้า และเอาจริงๆ ไม่ได้มีการแจกของด้วย คือการซ้อมท่ารับของก็ซ้อมฟรี

….บอกเลย เป็นประสบการณ์ลืมไม่ลง หงุดหงิด เพราะกระบวนการมันเวิ่นเว้อ ทำดีก็เสมอตัว แต่ถ้าพลาด อาจถูกลงโทษได้หนัก คิดในใจ เราเป็นข้าราชการ แตาต้องมาทำอะไรแบบนี้ แทนที่จะทำงานให้ประชาชน เสียเวลามากๆ เสียดาย หารูปที่ถ่ายกับอีหมา 2 ตัวไม่เจอ ถ้าเจอ จะเอามาลงค่ะ ไม่รู้ไปเก็บไว้ไหน

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น