หมวดหมู่
ตาสว่าง

#ตาสว่าง ตอนที่ 12

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

แม้หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากสถานทูตคืองานวิชาการเป็นหลัก หมายถึงการไปนั่งฟังงานสัมมนาต่างๆ แล้วก็เขียนรายงานส่งกระทรวง เพื่อให้รู้ความเป็นไปในสิงคโปร์และภูมิภาค แต่งงานหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการรับการเสด็จของเจ้าในต่างประเทศ เอาจริงๆ สำหรับบางสถานทูต/กงสุล งานรับเจ้าคือเรื่องใหญ่ที่สุด อาทิ ที่ลอนดอน หรือตอนนี้คึอเบอร์ลิน และสถานกงสุลที่มิวนิค เนื่องจากเจ้าเสด็จต่างประเทศบ่อย มันเลยทำให้เกิดความสนิทสนมระหว่างราชวงศ์กับเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ที่ไม่นับว่า คนในกระทรวงที่เป็นลูกท่านหลานเธอก็มาก เอาง่ายๆ มันคือกระทรวงเจ้าขุนมูลนายว่างั้น ดังนั้น หากมีใครบอกว่าได้ข่าวลือมาจากคนกระทรวงต่างประเทศ ขอให้เชื่อในชั้นต้นได้เลยว่าจริง…ในการเยือนชองเจ้าแต่ละครั้งสถานทูตจะเหนื่อยมา เพราะต้องเตรียมตัวรับทุกอย่างแบบไม่มีข้อบกพร่อง บางทีมาเยือนแค่วันเดียว เตรียมตัวเป็นเดือนก็มี เมื่อเจ้ามาเยือน เรียกง่ายๆ ว่า สถานทูตแทบจะต้องปิดทำการไปเลย เพราะเราต้องทุ่มแรง กำลัง เจ้าหน้าที่ และงบประมาณสำหรับการรับเจ้านั้น พูดเรื่องงบประมาณ บอกเลยว่าการรับเจ้ามาจากภาษีประชาชน สถานทูตต้องทำเรื่องของบประมาณจากกระทรวงเพื่อนำมาใชจ่ายในการต้อนรับเจ้าแต่ละครั้ง เจ้าไม่ค้องขวักกระเป๋าเองแม้แต่บาทเดียว…การเตรียมการมีอะไรบ้าง เราต้องทำหมายกำหนดการ เมื่อทำเสร็จ เราจะรู้ว่าเจ้าอยากไปไหน ไปทำอะไรและไปพบใคร เราก็จะต้องไปเตรียมการนัดพบล่วงหน้า เช่น จะเสด็จไปห้องสมุดของมหาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เราก็ต้องไปคุยกับอธิการบดี ไปคุยกับบรรณารักษ์ เพื่อเตรียมเรื่องการอำนวยความสะดวก หากจะต้องมีการปิดห้องสมุดวันนั้นก็ต้องทำ หรือการไปพบแขกสำคัญที่ไหน เราต้องไปตรวจสอบสถานที่ ไปดูทางหนีทีไล่ ไปดูว่ามีที่จอดรถไหม จะจอดยังไง เมื่อขบวนรถมาส่งแล้วจะให้จอดตรงไป แล้วรถจะไปจอดรอที่ไหน โอ๊ย จิปาถะ มันต้องมีการสื่อสารระหว่างกับคนขับรถตลอดเวลา….นอกเหนือจากกำหนดการที่เป็นทางการเแล้ว เราก็ต้องปรึกษาเลขาเจ้า ว่าเจ้าอยากทำอะไร อยากกินอะไร เราต้องจัดให้ตามนั้น ในส่วนนี้ ก็มีการกินเงินหลวงกันค่อนข้างเยอะ เพราะมันจะมีการเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ทูตใช้เงินสถานทูตไปลองกินร้านอาหารต่างๆ ล่วงหน้า เพื่อดูว่าอร่อยไหม สถานที่ดีหรือเปล่า ถ้าเราคิดว่าดีแล้ว เราก็เสนอทางวังไปว่า ร้านนี้อยากไปไหม อะไรแบบนั้น รายละเอียดมีมากจริงๆ และในการเขียนกำหนดการทางการ เราต้องมีตารางที่เรียกว่า เป็นนาทีต่อนาทีว่าเจ้าจะทำอะไรในหนึ่งวัน เราต้องรู้ว่า เสร็จจากงานนี้ เจ้าไปไหนต่อ เวลาเท่าไหน ออกจากที่นี่กี่โมง ไปถึงที่นั่นกี่โมง อะไรแบบนี้…ในตลอดเวลาที่ดิชั้นอยู่สิงคโปร์ ดิชั้นรับเจ้าทั้งหมด 4 คน ได้แก่ วชิราลงกรณ์ สิรินทร องค์ภา และสิริวัณณวรี ในจำนวนนี้ ดิชั้นรับพระเทพมากที่สุด รองลงมาคือสิริวัณณวรี ส่วนที่เหลือ รับเพียงครั้งเดียว พูดก่อนเลยว่า การรับวชิราลงกรณ์ยากที่สุด รองลงมาคือสิริวัณณวรี ที่ง่ายที่สุดคือพระเทพ ไม่เรื่องมาก ตรงนี้ขอยืนยันดังที่หลายคนบอกเรื่องพระเทพว่าจริง นางไม่เรื่องมาก…ขอเล่าเรียงไปจากความสั้นและยาวของเรื่อง เอาเรื่ององค์ภาก่อน นางมาดูงานด้านความยุติธรรมในสิงคโปร์ เผอิญดิชั้นเพิ่งไปถึงสิงคโปร์ไม่นาน และไม่ถนัดงานพิธีการทูต เราเป็นฝ่ายกองหลังดูแลเรื่องการอำนวยความสะดวกทั่วไป นางมาแป๊ปๆ แล้วก็กลับ จำได้ว่าไม่ได้มีดราม่าอะไร แล้วเราก็เป็นข้าราชการระดับล่าง ไม่ได้เข้าไปเสนอหน้ามานัก…แต่ที่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องมากกว่านั้นคือเมื่อสิริวัณณวรีมาเยือน ตอนที่ดิชั้นรับราชการที่นั่น นางมาเยือน 2 ครั้ง มาแข่งแบดมินตัน และตกรอบแรกทุกครั้ง แต่ทีนี้ การมาแข่งแบบนี้ ไม่สามารถมีการกำหนดการที่ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับว่า จะผ่านรอบแรกหรือไม่ ไอ้ที่ไม่มีการกำหนดแบบตายตัว ยิ่งทำให้เราทำงานยาก เพราะมันกลายเป็นโปรแกรมเปิด หากนางต้องการอะไรทันที เราอาจหาให้ไม่ทัน เพราะไม่ได้เตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า แบบนี้ทำให้ทูตและเจ้าหน้าที่เครียดมาก ตอนที่นางมานั้น นางยังไม่ไม่โตเท่าไหร่ แต่จริตจก้านแล้ว โวยวาย วุ่นวาย น่ารำคาญ เราต้องคอยอยู่ใกล้เพื่อนางเรียกใช้ พอใกล้เกินไปนางก็ตวาดให้ถอยห่างออกไป อย่างนางด่าทูตว่า ไม่มีอะไรทำรอ ต้องมาเดินตามอย่างนี้ อีทูตวิ่งหางชี้เลย ดิชั้นได้มีโอกาสต้อนรับนาง แต่ไม่ได้คุยด้วย และก็เห็นว่า นางไม่ได้เป็นมิตรอะไร ก็เท่านั้น…ตอนหน้ามาเขียนเรื่องการรับวชิราลงกรณ์และสิรินทรค่ะ
…ปล: รูปตอนอยู่สิงคโปร์

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น