หมวดหมู่
ตาสว่าง

#ตาสว่าง ตอนที่ 9

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

จะอยู่ชนชั้นไหน ในร้านอาหารไทยในเมืองนอก ทุกคนเท่ากัน มึงจะเป็นลูกคุณหนู แต่ถ้ามาทำงานหาเงินในร้านอาหาร มึงมีศักดิ์เท่ากับอีเย็น แม่ครัวที่ยืนผัดก๋วยเตี๋ยวหลังร้าน เอาจริงๆ อีเย็นมีอำนาจมากนะ เพราะแม่ครัวแม่งคือหัวเรือใหญ่ ถ้าเค้ารัก เค้าจะทำอาหารอร่อยๆ ดีๆ ให้เรากิน ถ้าเค้าเกลียด มึงก็กินอาหารห่วยๆ ไป (เราได้กินอาหารฟรีก่อนทำงานค่ะ) อันเรื่องศักดิ์เท่ากันนี่บอกตรงๆ ชอบมาก ดิชั้นไม่ได้เป็นลูกผู้รากมากดี มาจากชนชั้นกลาง อาจจะมีชีวิตที่สบายหน่อย แต่ดิชั้นก็นับถืออีเย็นมาก กลายเป็นคนที่สนิทที่สุดในร้านเลยมั้ง มันเป็นสภาพความเป็นอยู่ที่เซอเรียลมาก เพราะเรารู้ว่า เมื่อเรากลับไปอยู่ไทย เราจะกลับไปวังวนเดิมๆ คือสังคมที่ถูกกำหนดค่าด้วยชนชั้น ความรู้ หน้าตา ฐานะ จิปาถะ แต่ในสังคมร้านอาหาร ทุกคนเท่ากัน (ในจุดหนึ่ง) ในแง่ที่ว่า มึงจะไฮโซหรือไถนามาก่อน เนื้องานเท่ากันและความรับผิดชอบเท่ากัน
….ทำไมดิชั้นถึงรักอีเย็น เพราะอีเย็นแม่งมองทะลุความตอแหลของสังคม เพราะอีเย็นมันผ่านความอยุติธรรมทางเศรษฐกิจจากบ้านเกิดเมืองนอน จนต้องหนีตายมาทำงานต่างประเทศแบบหลบๆ ซ่อนๆ ได้คุยกับอีเย็นเยอะมาก อีเย็นเล่าให้ฟังว่า ตอนเป็นเด็ก ที่บ้านอีเย็นก็รักเจ้า มีรูปเจ้าติดเต็มบ้าน แต่อีเย็นเป็นลูกสาวคนโต ที่บ้านจน เรียนไม่จบชั้นมัธยม ต้องออกมาทำนา โอ้โห ตอนนั้นเราฟังแล้ว ทำไมมันเหมือนในหนังเลย แต่มันยังมีอยู่จริง พ่อแม่ของอีเย็นเป็นรอยัลลิสต์ แต่อีเย็นตั้งคำถามเสมอว่า ทำไมถ้าเจ้ารักประชาชนแล้วเรายังลำบาก นี่มันก็เป็นคำถามที่ naïve นะ แต่อีเย็นบอกดิชั้นว่า เค้ารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ
…จนเมื่ออีเย็นได้ไปเที่ยวกรุงเทพเมื่อตอนวัยรุ่น ก็ได้เห็นความแตกต่าง เห็นความรวยกระจุก จนกระจาย เห็นรูปในหลวงอันใหญ่ติดบนอาคารสูงตระหง่าน แต่พอนั่งรถออกมาจากนครที่สวยงามไม่กี่ชั่วโมง ความสวยงามไม่มี มีแต่ความแร้นแค้นเข้ามาแทน ทีนี้ ฟังอีเย็นเล่ามาเยอะ ดิชั้นเลยแกล้งแหย่นางโดยถามว่า อ้าว พี่ พี่จะไปโทษเจ้าได้ยังไง พี่ต้องโทษรัฐบาลที่สิ เพราะเจ้าไม่มีหน้าที่บริหารประเทศนะ อีเย็นร้องกรี๊ดใส่หน้านักศึกษาปริญญาเอก อีเย็นบอกว่า รัฐบาลก็เป็นแค่หุ่นเชิด ทำดีก็ได้อยู่ในอำนาจ ทำไม่ดี ก็ถูกเจ้าเอาทหารไล่ โอ้มายก๊อด นี่อีเย็นคิดทฤษฏี network monarchy มาก่อนแม็คคาโกด้วยซ้ำ
….มันเป็นกลายมาเป็นการศึกษานอกเวลา จากในตำรา เราก็อ่านอยู่แล้ว จากนอกตำรา ก็ได้จากร้านอาหาร โดยมีอีพี่เย็นเป็นดาราแสดงนำ นำไปสู่การเขียนวิทยานิพนธ์ของดิชั้นเรื่องความตอแหลของความเป็นไทย ที่มีเรื่องราวของอีเย็นสอดแทรกอยู่ในวิทยานิพนธ์นั้นด้วย ดิชั้นจึงรักและนับถืออีเย็นอย่างยิ่ง
….แต่อีเย็นเป็นผี แล้วเมื่อมีการทะเลาะกับลูกจ้างคนอื่นๆ ก็มักจะถูกขู่ว่าจะเอาโฮมมาลง จริงๆ มันก็มีลง 2-3 ครั้ง โอ้ยวิ่งหนีออกหลังร้านกันใหญ่ ดิชั้นต้องคอยสะกัดเจ้าหน้าที่ที่มาตรวจอยู่หน้าร้านเพื่อถ่วงเวลาให้อีเย็นหนีทัน สรุป ก็หนีทันทุกครั้ง แต่ความอึดอัดมันมีจุดอิ่มตัว ในที่สุด เพียงไม่กี่เดือนก่อนดิชั้นจะเรียนจบ อีเย็นกับผัวตัดสินใจเดินทางกลับไทยโดยสมัครใจ แม้รู้ว่าจะไม่ได้กลับมาอังกฤษอีก ดิชั้นยังติดต่อกับอีเย็นในช่วงแรกๆ แต่จากนั้นก็ขาดการติดต่อกัน ทุกวันนี้ยังระลึกถึง และติดหนี้ความรู้ที่ได้มาจากก้นครัวจริงๆ
….เรื่องที่เหลือของการทำงานในร้านอาหารคือการสร้างความแกร่ง คือกลายมาเป็นกะเทยแกร่ง เหมือนที่เคยบอก สังคมมันบังคับให้ดิชั้นร้าย ลูกค้าที่ร้านไม่ใช่ไฮเอน มันจึงมีความกักขฬะ ดิชั้นต้องดีลกับความกักขฬะนั้น ตั้งแต่เมา โวยวาย โกง เอาผมตัวเองใส่ในอาหารเพื่อกินฟรี ไม่พอใจอาหารแล้ววีน ดิชั้นถูกไวน์สาดหน้า แล้วดิชั้นก็สาดแม่งกลับด้วยโถน้ำที่ไว้แช่วาย บางรายไปจุดไฟเผาห้องน้ำ (ที่อยู่ชั้นสองของร้าน) บางรายกินเสร็จแล้ววิ่งออกร้าน ดิชั้นต้องวิ่งตามแม้ว่าใส่ส้นสูง โอ้ยสารพัด นี่ไม่นับว่ามีลูกค้ามาจีบแล้วก็เดทกันต่อมา นึกๆ ดู เอ๊ะ นี่เราทำงานร้านอาหารหรือซ่อง?
…ส่วนลูกน้องก็ร้อยพ่อพันแม่ ไอ้ตัวที่ขี้เกียจที่สุดคือลูกผู้ดีกรุงเทพ กินแรงเพื่อนฉิบหาย รู้เลยว่าคนพวกนี้เลือกทำงานเบา เช่นเสิร์ฟดริ้งค์ เสิร์ฟอาหาร แต่ไม่ชอบเก็บจานหรือเคลียร์โต๊ะ เพราะหนักกว่าและสกปรก อะไรแบบนี้ ดิชั้นผ่านมาหมด จนคิดว่า ถ้าเปิดร้านอาหารเองในอนาคต ก็รู้วิธีรันร้านแล้ว
…เงินที่ได้จากการทำร้านอาหารแม้ไม่มาก แต่มันเป็นส่วนช่วยทุนที่ได้จากมหาลัย และทำให้ดิชั้นจบการศึกษา ดิชั้นเดินทางกลับกรุงเทพ (ไม่รับปริญญาค่ะ ส่งทางไปรษณีย์เอา) เดือนกันยายน ปี 2002 และเริ่มงานที่กระทรวงการต่างประเทศอีกครั้งในเดือนตุลาคมปีนั้นค่ะ
….ปล: รูปตอนช่วงสุดท้ายที่อังกฤษหน้าร้านอาหารที่ทำ ตอนนี้ ร้านนี้ขายกิจการไปแล้วค่ะ เสียดาย

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น