หมวดหมู่
สถาบันกษัตริย์กับการเมืองในปัจจุบัน

#สถาบันกษัตริย์กับการเมืองในปัจจุบัน ตอนที่ 21

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

วชิราลงกรณ์เป็นคนบ้าเรื่องวินัยมาก การแต่งกาย การประพฤติตน โดยเฉพาะแบบทหาร ศัพท์ภาษาฝรั่งอาจเรียกว่าเป็น Martial power แล้วมันติดตัวมาตลอด ที่มาที่ไปมาจากประสบการณ์ตั้งแต่ยังเล็กๆ จนไปเรียนจบที่ออสเตรเลีย หากวิเคราะห์เรื่องนี้แบบจริงจัง มันเป็นพัฒนาการทางด้านบุคลิกภาพของเค้าเอง แล้วพอมาเป็นกษัตริย์ ก็ใช้บุคลิกภาพนี้มาเป็นตัวสร้าง royal governance ที่ต่างไปจากอดีต ในสมัยภูมิพล เค้าใช้ “การพัฒนา” เป็นแกนในการปกครองมวลชน ในสมัยวชิราลงกรณ์ เนื่องจากไม่สนใจเรื่องการพัฒนา ไม่มีบารมี ไม่มีอำนาจทางจริยธรรม moral authority หรือใช้อำนาจแบบทหาร martial power เป็นตัวนำในรัชสมัยนี้…วชิราลงกรณ์ถูกย้ายจากโรงเรียนจิตรลดาไปที่โรงเรียนประจำที่แพงที่สุดของอังกฤษ อย่างที่เราได้อ่านรายงานที่เขียนโดยเพื่อนร่วมชั้นของวชิราลงกรณ์ที่อังกฤษแล้ว จะพบว่า ไม่มีใครคบวชิราลงกรณ์ เรื่องการเรียน หัวไม่ดี และแม้จะมาเรียนอังกฤษแต่เด็ก แต่ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ ชอบเก็บตัวเอง เวลากินข้าวไม่มีใครกินด้วย ต้องนั่งกินกับครูแทน นอกจากนี้ ยังอ้วน เบ๊อะบ๊ะ ชอบซุกอาหารไทยไว้ใต้เตียงและแอบกินตอนกลางคืน อย่างไรก็ตาม แม้วิชาทั่วไปจะหัวไม่ดี แต่วิชาที่ลงภาคสนาม อาทิ การออกกำลังกายกลางแจ้ง การจัดระเบียบในชั้นเรียน วชิราลงกรณ์จะชอบมาก keen ว่างั้น จะชอบที่เป็นคนออกคำสั่งให้คนอื่นปฏิบัติ ซึ่งกลายมาเป็นการบูลลี่ ในรายงานที่เขียนโดยเพื่อนร่วมชั้นระบุว่า ใครที่อ่อนแอกว่า จะถูกแกล้ง ถูกใช้กำลัง จนในที่สุดคนที่ถูกบูลลี่ต้องยอมสารพัด (ดูที่นี่https://www.telegraph.co.uk/men/thinking-man/like-board-millfield-school-king-thailand/)
….ภูมิพลเห็นแนวโน้มที่ลูกชอบวิชาทหาร ซึ่งก็เหมาะกับบริบททางการเมืองระหว่างประเทศในตอนนั้น คือสงครามเย็น ที่ต้องต่อสู้กับภัยคอมมิวนิสต์ เลยส่งให้ลูกไปเรียนที่ Duntroon ซึ่งเป็นโรงเรียนทหารที่มีชื่อที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สาเหตุว่าทำไมถึงเลือกออสเตรเลีย แทนที่จะให้เรียนที่ Sandhurst ที่อังกฤษ Westpoint ที่สหรัฐฯ หรือ Ecole Militaire ของฝรั่งเศส อาจวิเคราะห์ได้ว่า ลูกไม่อยากอยู่อังกฤษแล้ว ไม่เลือกอเมริกาเพราะเป็นสาธารณรัฐจ๋า (แล้วอุบลรัตน์ก็เลือกไปแล้ว) ไม่เลือกฝรั่งเศสเพราะอยากให้ลูกได้ภาษาอังกฤษ เลยมาตกที่ออสเตรเลีย ส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่ออสเตรเลียไม่ได้เป็นศูนย์กลางของสงครามเย็น เลยมีความปลอดภัยให้วชิราลงกรณ์
…วชิราลงกรณ์ชอบออสเตรเลีย เพราะมันไกลจากบ้าน ทำตัวได้สบายๆ ชอบวิชาทหารที่นั่น ชอบขับรถจากแคนเบอร์ร่าไปซิดนีย์ไปเที่ยวคลับบาร์ต่างๆ ในส่วนของ Duntroon นั้น แม้มีชื่อเสียงมาก แต่ก็มีเรื่องลบๆ มากเช่นกัน ลอง google ในอินเตอร์เน็ตก็รู้ว่ามีเรื่องอื้อฉาวมาก ทั้งการละเมิดทางเพศ ทั้งการฝึกจนตาย ทั้งการคอร์รัปชั่น ดิชั้นได้สัมภาษณ์นักวิชาการออสเตรเลียที่ให้ความเห็นว่า วชิราลงกรณ์เห็นเหตุการณ์เหล่านี้ และมันก็ฝังอยู่ในความทรงจำ ดังนั้น ความซาดิสม์ รุนแรงที่มาจากวชิราลงกรณ์ ข่าวลือเรื่องการอุ้มฆ่า การลงโทษผู้ใต้บังคัญบัญชาอย่างป่าเถื่อนพิศดาร ล้วนมาจากประสบการณ์ที่ Duntroon โรงเรียนนี้ควรต้องรับผิดชอบต่อความบ้าคลั่งของวชิราลงกรณ์จริงๆ
…เครือข่ายของวชิราลงกรณ์ในออสเตรเลียมีมาก ดิชั้นได้สัมภาษณ์เพื่อนของเค้าที่เคยเนียน Duntroon ด้วยกัน ลงความเห็นว่า เค้าเป็นคนแปลก แต่ก็เป็นมิตรในจุดหนึ่ง และเมื่อคนพวกนี้ไปเที่ยวเมืองไทย วชิราลงกรณ์ก็ส่งลูกน้องมาต้อนรับอย่างดี แต่เครือข่ายไปอาจไปไกลกว่านั้น คนหนึ่งที่อาจอยู่ในเครือข่ายนี้ในเวลาต่อมาคือธรรมนัส เพราะตอนที่ธรรมนัสถูกจับ เค้าอ้างทันทีว่าเค้าทำงานให้วชิราลงกรณ์ ทุกวันนี้ ใครๆ ก็รู้ว่าธรรมนัสยังมีสายสัมพันธ์กับวชิราลงกรณ์อยู่ ในแง่ของการเป็นผู้ชักใยทางการเมือง มีส่วนในการจัดตั้งรัฐบาล จนได้ตำแหน่งรัฐมนตรี สังเกตเข็มกลัดทีปังกรบนเสื้อของธรรมนัสด้วย
…พอได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ วชิราลงกรณ์ก็เอา martial power มาใช้อย่างเคร่งครัด เรื่องทรงผม เสื้อผ้า ยกอกอึ้บ กลายมาเป็นเรื่องที่ซีเรียสมากและไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง การตัดผมสั้นยังเลยไปถึงการเป้นสัญลักษณ์ของการลงโทศให้อับอาย เช่นโกนหัวศรีรัศมิ์ หมอหยอง ปรากรม พงศ์พัฒณ์ จุมพล ดิสธร และอีกมาก กฏนี้ใช้อย่างเคร่งครัดในราชวัลลภ ไม่เว้นแม้แต่ทหารหญิง รวมถึงที่อยู่ในฮาเร็ม และแม้แต่ก้อยเองก็ทำตามประสงค์นี้ การบังคับไว้ผมสั้นมันคือการครองงำสิทธิในร่างกายเหนือบุคคลอื่น มันเป็นการย้อนยุคไปสู่สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่หญิงไทยในราชสำนักต้องไว้ผมสั้น (เจ้าดารารัศมีประท้วงโดยการไม่ตัดผมเมื่อต้องย้ายมาเป็นสนมของ ร 5 อ้างว่า เธอคือล้านนา ไม่ใช่สยาม) กฏนี้ยังรวมไปถึงทหารคนอื่นๆ ที่อยู่นอกราชวัลลภ ตั้งแต่อภิรัชต์ไปถึงข้าราชการระดับล่าง ดังนั้น เรื่องเสื้อผ้าหน้าผมมันเป็นตัวชี้วัดระดับอำนาจของวชิราลงกรณ์ และเท่าที่เราเห็น มันมีอิทธิพลอย่างยิ่ง

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น