หมวดหมู่
สถาบันกษัตริย์กับการเมืองในปัจจุบัน

#สถาบันกษัตริย์กับการเมืองในปัจจุบัน ตอนที่ 17

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ตอนที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นข้อมูลจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ค่ะ เรื่องการสร้างฮาเร็มของวชิราลงกรณ์
…ฮาเร็มเป็นเรื่องปกติของเจ้า เป็นชื่อเสียงที่ชาวตะวันตกเข้าใจถึงกษัตริย์ของสยามตั้งแต่รัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา ที่ยึดหลักปฏิบัติการมีหลายเมีย (polygamy) จากรัชกาลที่ 4 ไปสู่รัชกาลที่ 5 ที่มีการตั้งฮาเร็มอย่างเป็นเรื่องเป็นราว สาเหตุของการตั้งฮาเร็มในสมัยนั้นมันไม่ใช่แค่ความใคร่ของกษัตริย์ แต่มันยังตอบสนองต่อผลประโยชน์ทางการเมืองใน 2 ข้อ คือ 1) การใช้ความเป็นผัวเมียในการสร้างพันธมิตรกับครอบครัวขุนนาง หรือแม้แต่พันธมิตรกับราชอาณาจักรเพื่อนบ้าน เรื่องนี้ ยกตัวอย่างที่ ร 5 เอาคนในตระกูลบุนนาคมาเป็นเมีย หรือการเอาเจ้าหญิงของล้านนามาเป็นเมีย เพราะมีข่าวว่า ล้านนาอาจไปสวามิภักดิ์กับอังกฤษที่ตอนนั้นได้ยึดครองพม่าแล้ว เป็นต้น และ 2) การสืบสันตติวงศ์ด้วยความมั่นคงจำเป็นต้องมีตัวเลือกจำนวนมาก นั่นคือการขยาย pool ของการสืบราชสมบัติ
….แต่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงของหลักปฏิบัติสากลอย่างรวดเร็วในต้นศตวรรษที่ 20 ที่ความเป็นผัวเดียวเมียเดียวกลายมาเป็นนอร์มใหม่ บวกกับในสมัยรัชกาลที่ 6 ที่เป็นเกย์ (แบบไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ) ไม่พึงประสงค์ที่จะมีฮาเร็ม (ที่ตีความอย่างเดียวว่าสำหรับผู้หญิง) แม้ในความเป็นจริง ร 6 ได้สร้างฮาเร็มชายไว้ในที่ประทับด้วยซ้ำ เรื่องนี้ ฝรั่งให้ความสนใจมาก อย่างโทรเลขของสถานทูตสหรัฐที่ได้เคยเอามาลงแล้ว มีการรายงานกลับไปกรุงวอชิงตันว่า ร 6 ไม่มีฮาเร็ม ถือเป็นการเปลี่ยนหลักปฏิบัติเรื่องครอบครัวไปสู่ความเป็นสมัยใหม่
…..จากรัชกาลที่ 7 หรือรัชกาลที่ 9 หลักปฏิบัตินี้คงอยู่ โดยเฉพาะ ร 9 ที่มีความเคร่งครัดในเรื่องการสร้าง happy family ครอบครัวเป็นสุขเพื่อเป็นทั้งตัวอย่างให้กับคนไทย และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของกษัตริย์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม เราถึงไม่เคยได้ยินเรื่อง ร 9 แอบไปมีอะไรกับใคร ในจุดนี้ ดิชั้นคิดว่า ข่าวลือเรื่อง ร 9 มีเมียน้อยอะไรทั้งหลาย เป็นเรื่องไม่จริง… ผ่านมาสู่ ร 10 อย่างที่เรารู้กันอยู่ การตั้งฮาเร็มมันไม่ใช่การตั้งในแง่ยุทธศาสตร์ทางการเมืองอีกแล้ว มันเป็นเรื่องความใคร่ล้วนๆ ที่วชิราลงกรณ์เป็นมาตั้งแต่ยังเป็นหนุ่ม
…นิสัยการชอบกินหลากหลายมาเกิดในช่วงที่วชิราลงกรณ์แต่งงานกับโสมสวลี ที่ถูกจับให้แต่งแบบคลุมถุงชน จากนั้น วชิราลงกรณ์ก็หันไปชอบยุวธิดา ชอบแบบชอบมาก ชอบจริงๆ ตามข้อมูลที่ได้รับมานั้น วชิราลงกรณ์ถึงขนาดเดินทางไปบ้านพ่อแม่ยุวธิดาเพื่อขอลูกสาวมาเป็นเมีย อยู่กินกับยุวธิดามาได้พักหนึ่ง ทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัว ผลิตลูกถึง 5 คน ในช่วงนี้แหละ ที่วชิราลงกรณ์เริ่มเบื่อหน่ายชีวิตผัวเดียวเมียเดียว แล้วเริ่มไปมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จำนวนมาก เรื่องนี้ ยุวธิดารับไม่ได้ในช่วงแรก แต่เมื่อคำนึงถึงความจำเป็นที่ต้องผ่อนปรน เพื่อแลกกับตำแหน่งราชินีในอนาคต ในที่สุด ยุวธิดาถึงยอมให้สามีจัดตั้งฮาเร็มภายในวัง ผู้หญิงที่จะเข้ามาอยู่ในฮาเร็มต้องได้รับความเห็นชอบจากยุวธิดาก่อน คือนางถือคติว่า ถ้าจะกิน อย่าออกไปกินนอกบ้าน กินในบ้านดีกว่า อย่างน้อยประชาชนไม่รู้ไม่เห็น และก็ยังสามารถรักษาภาพลักษณ์ของครอบครัวไว้ได้
….การอยู่กันสมัยนั้นก็คือ ยุวธิดาอยู่บ้านหลังใหญ่ ในรั้วเดียวกัน มีบ้านเล็กบ้านน้อยย่อยออกไป และมีผู้หญิงจำนวนหนึ่งที่ได้ถูกคัดเลือกให้มาอยู่ในฮาเร็ม ผู้หญิงเหล่านี้มาจากไหน ส่วนหนึ่งมาจากการ recruit โดยผ่านช่องทางราชวัลลภ ส่วนหนึ่งมาจากการใส่พานถวายของผู้มีอิทธิพลที่ใกล้ชิดกับวชิราลงกรณ์ เช่นกรณีของศรีรัศมิ์ เป็นต้น แรกๆ ยุวธิดาก็อดทนดี จนเมื่อความใคร่ที่มีกับยุวธิดามันหายไป วชิราลงกรณ์ก็ไปอยู่ที่ฮาเร็มทั้งวันทั้งคืน ยุวธิดายังทน เพราะตราบใดที่ตัวเองยังเป็นหนึ่ง ก็ยังยอมได้
…แต่ไอ้ความเป็นหนึ่งมันไม่ยืดยาว ศรีรัศมิ์ได้รับการส่งใส่พานมาให้ พื้นเพเดิมตามข้อมูลที่ได้คือเคยทำงานในสถานบันเทิง แล้วผู้มีอิทธิพลไปเจอ และคิดว่าเป็นสเป็คของวชิราลงกรณ์ เลยเอามาส่งให้ ซึ่งวชิราลงกรณ์ถูกใจ เพราะอี๊ดใจถึง ให้ทำอะไรก็ทำ ไม่ว่าการกระทำนั้นจะลดความเป็นมนุษย์ของตัวเอง เราจึงเห็นคลิปและภาพต่างๆ ของศรีรัศมิ์มากกว่าคนอื่นๆ อาทิ คลิปริมสระที่มีมาหลายปีแล้ว และภาพนิ่งเรทเอ๊กซ์ เรื่องนี้แหละที่ทำให้ยุวธิดาไม่ยอม เพราะรู้สึกว่า อี๊ดจะเข้ามาแทนที่ตัวเอง นำไปสู่การมีปากมีเสียงกันหลายครั้ง ดังที่เราได้ยินในเสียงในโทรศัพท์ที่รั่วออกมา ผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า อี๊ดคือผู้ทำลายครอบครัวเบ๊นซ์ แล้ววันหนึ่งมันก็กลับมาตอบสนองอี๊ดเหมือนกัน
….กรณีการเลิกกับเบ๊นซ์ เป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ความรุนแรง การทำให้อาย เพื่อเป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับการหย่า มีการใส่ร้ายเรื่องยาเสพติด มีการส่งแฟ๊กซ์ประจานเบ็นซ์ไปสถานที่ราชการต่างๆ เผาเสื้อผ้าเบ๊นซ์ต่างๆ นานา เรื่องนี้ มีข้อกล่าวหาหนึ่งที่เป็นความจริง คือเบ๊นซ์คบชู้ แต่ผู้ให้ข้อมูลเห็นว่า มันเกิดมาจากความอ้างว้างของเบ๊นซ์ เพราะเมื่อวชิราลงกรณ์หันไปติดผู้หญิงอื่น เบ๊นซ์จึงไปคบกับชายอื่น เพราะความเหงา หรือส่วนหนึ่งมาจากความต้องการล้างแค้นเช่นกัน
…ในสมัยอี๊ด ฮาเร็มก็ยังมีอยู่ แต่อี๊ดอยู่เหนือฮาเร็มเหล่านั้น ในช่วงที่ผัวหลงมากๆ อี๊ดตื้อให้มีลูก เพราะเป็นการปูทางถึงอนาคตตัวเอง และในที่สุด วชิราลงกรณ์ก็ยอมตาม แต่เรื่องมันเกิดซ้ำซาก เพราะในจังหวะเดียวกันนั้น วชิราลงกรณ์ก็เริ่มรู้จักนุ้ย เจอกันบนเครื่องการบินไทย เมื่อเทียบกับเมียในอดีตหรือผู้หญิงในฮาเร็ม นุ้ยมีการศึกษามากสุด และไม่ได้มาจากคาเฟ่ เหมือนคำที่มีคนด่าอี๊ด การคบซ้อนแบบนี้ แรกๆ อี๊ดยอมได้ เพราะตอนนั้นมีทีปังกรแล้ว และยังคิดเข้าข้างตัวเองว่า ผัวไม่มีวันทิ้ง แต่มันก็เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อนุ้ยเริ่มถีบตัวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่ง อี๊ดยอมไม่ได้ ถึงขนาดมีการราวีตบตีกัน จนวชิราลงกรณ์โมโห ถึงขนาดด่าอี๊ดว่า มึงมันเป็นอีกะหรี่ กะหรี่คือกะหรี่วันยังค่ำ จริงๆ วชิราลงกรณ์มองอี๊ดอย่างนั้นมาตลอด มิฉะนั้นจะยอมให้อี๊ดแก้ผ้าต่อหน้าข้าราชบริพารได้อย่างไร
…ตอนจบของอี๊ดเหมือนที่เรารู้กันอยู่ โหดร้ายกว่าเบ๊นซ์ เพราะอย่างน้อยเบ๊นซ์ยังหนีทัน หลังจากคบกับนุ้ยได้สักพัก ฮาเร็มยังขยายตัวมากขึ้นต่อไป ส่วนหนึ่งเพราะราชวัลลภได้รับการโปรโมทมากขึ้น มีทหารหญิงเข้ามาสมัครเป็นจำนวนมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือก้อย สินีนาฏ ที่เล็งเห็นช่องทางการขึ้นไปสู่การเป็นคนใกล้ชิดวชิราลงกรณ์ เรื่องนี้ นุ้ยยอมตามทุกอย่าง ยอมเรื่องฮาเร็ม เพราะนุ้ยเข้าใจสถานะตัวเอง และโดยพื้นฐาน นุ้ยไม่ได้เป็นคนโหวกเหวกโวยวาย คือมีการศึกษาว่างั้น จึงยอมทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องตั้งก้อยเป็นเมียน้อยทางการด้วย จุดนี้เองที่ดิชั้นคิดว่า สำหรับวชิราลงกรณ์ นุ้ยเหมาะที่จะเป็นราชินีมากกว่าใคร
…ก้อยเริ่มเข้ามาสมัครเป็นพยาบาลในราชวัลลภ ด้วยกลเม็ดเด็ดพราย เริ่มไต่เต้าไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งโอกาสมาถึงที่ทำให้ก้อยเป็นที่เตะตาวชิราลงกรณ์ ส่วนที่เหลือเรารู้กันอยู่ว่าก้อยกลายเป็นคนโปรด ถึงขนาดหนีบให้ไปอยู่ที่เยอรมันด้วยกัน และย้ายนุ้ยไปสวิสเพื่อป้องกันความระหองระแหง ก้อยเป็นคนใจถึง และเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมแปลกๆ ของวชิราลงกรณ์ ตั้งแต่เรื่องการแต่งตัว การติดแท็ททูปลอม การเดินห้างแบบนั้น เดินกินไอติมกลางดึก การเสพสารต่างๆ จนถึงเช้า แล้วไปสนามบินแบบนั้น แต่งตัวแบบนั้น ไฮแบบนั้น ดังที่เราเห็นในรูปภาพอย่างดาษดื่น
…จุดจบของก้อยคือการปีนเกลียว น่าจะมาจากความพยายามมากไปของก้อย ทั้งในแง่การชิงดีชิงเด่นกับนุ้ย ในแง่การปีนเกลียวกับองค์ภา ในแง่การใช้ชื่อผัวไปกร่างกับคนทั่วไป ซึ่งทำให้เสี่ยต้องกำจัดออกไป มีรายงานว่า ในช่วงที่ยังอยู่กับก้อย ฮาเร็มเป็นสถานที่ครื้นเครงมาก เพราะมีการคัดตัวทหารหญิงล๊อตใหม่มากกว่า 20 คน จัดปาร์ตี้ออร์จี้ แล้วก้อยนี่แหละที่เป็นแม่งาน สาวๆ ในฮาเร็มได้รับการโปรโมททุกคน โดยการมอบนามสกุลใหม่ให้ ในนัยหนึ่ง วชิราลงกรณ์ต้องการให้สาธารณชนรับรู้ถึงการมีอยู่ของฮาเร็มอย่างเป็นทางการ สาวๆ ต้องปฏิบัติตามกฎของราชวัลลภโดยเฉพาะในเรื่องวินัยและการแต่งตัว นั่นเป็นที่มาว่าทำไมทุกคนถึงตัดผมสั้น รวมถึงก้อยด้วย ทุกวันนี้ ฮาเร็มถูกย้ายออกจากไทยไปอยู่ที่โรงแรมในเยอรมัน ดังที่สื่อต่างประเทศรายงานให้เราทราบ

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น