ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
หลังจากขึ้นครองราชย์แล้ว สิ่งหนึ่งที่วชิราลงกรณ์ต้องการทำคือ การรวบอำนาจทางการเมือง แน่นอน เค้าไม่อาจพาไทยกลับไปสู่สมบูรณาญาสิทธิราชย์ได้ (absolute monarchy) ในความเห็นดิชั้น เราหน้าจะเดินไปสู่สิ่งที่เรียกว่าเป็นการเกิดอีกครั้งของระบอบราชานิยมแบบสมบูรณ์ (royal absolutism) ซึ่งจะนำมาใช้ควบคู่และกดทับประชาธิปไตย ทีนี้ การรวบอำนาจทางการเมืองมันทำได้หลายอย่าง ที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ ตั้งแต่การจัดระเบียบอำนาจในวัง การทำงานกับกองทัพและพรรคการเมือง การกำจัดผู้เห็นต่างทั้งหลาย อีกส่วนที่จะพูดในวันนี้คือ การรวบอำนาจผ่านการรวบพื้นที่ (spatial centralization) นั่นคือ ความพยายามของวชิราลงกรณ์ในการยึดที่ดินที่เคยเปิดให้สาธารณชนใช้ประโยชน์ มาอยู่ภายใต้ความเป็นทรัพย์สินส่วนตัว ที่ทำผ่านสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์….ก่อนไปถึงตรงนั้น ขอพูดเรื่องหมุดคณะราษฏร์ จนถึงป่านนี้ สาธารณชนเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า วชิราลงกรณ์อยู่เบื้องหลังหมุดหาย (และถูกทำลายไปแล้ว) เพราะสถานการณ์รอบข้างการสูญหายมันบอกอย่างนั้น ตั้งแต่มันถูกขโมยหายตอนกลางคืน ไปสู่การเอาของใหม่มาติด แล้วใครเข้าไปวุ่นวานกับหมุดใหม่ ก็จะถูกทางการเล่นงาน วชิราลงกรณ์เกลียดคณะราษฏร์ เพื่อมองว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่ขโมยอำนาจทางการเมืองของกษัตริย์ไป โดยเฉพาะความเกลียดที่มีต่อจอมพล ป ที่ต้องการล้มล้างสถาบันกษัตริย์ มีเรื่องเล่าว่า ตอนวชิราลงกรณ์อายุ 5 ขวบ ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่ ป เป็นนายก ป ได้เข้าไปตีกอล์ฟในวังจิตรลดา ให้ทำภูมิพลโกรธมาก และในที่สุด สมรู้ร่วมคิดต่อการทำรัฐประหาร ป ตอนนั้น แม้ยัง 5 ขวบ แต่วชิราลงกรณ์ยังจำความได้ และก็พลอยเกลียด ป ตั้งแต่บัดนั้น เรื่องนี้ดิชั้นเล่าหลายครั้ง ในวังของวชิราลงกรณ์ มีรูปปั้นหมา แต่หัวเป็น ป เอาไว้เพื่อเป็นการดูถูกเท่านั้น อ้อ ส่วนเรื่องหมุดใหม่ ที่มีการจารึกข้อความใหม่ ก็สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของไทยในอดีตภายใต้สมบูรณาญาสิทธิราชย์ ยิ่งสะท้อนความต้องการของชิราลงกรณ์ในการหวนสู่การสร้างอำนาจกษัตริย์อย่างตรงไปตรงมา…หมุดหายแล้ว จากนั้นก็ยึดพื้นที่และอาคารต่างๆ คือ อาทิ รัฐสภา เขาดิน สนามม้านางเลิ้ง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และสวนสุนันทา ที่ดินเหล่านี้เคยเป็นของรัชกาลที่ 5 แล้วต่อมาอยู่ภายใต้การดูแลของ สนง ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ อย่างเขาดิน ซึ่งเคยเป็นสวนพฤกษชาติ (botanic garden) ที่ ร 5 สร้างเรียนแบบสวนต่างๆ ในยุโรป ซึ่งหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง คณะราษฏร์ก็ยึดเอามาทำประโยชน์ต่อสาธารณะ เรื่องนี้ วชิราลงกรณ์ไม่ยอมและได้ยึดคืนทั้งหมด แถมปิดไม่ได้สาธารณชนได้ใช้ ในนัยหนึ่ง ดิชั้นคิดว่าวชิราลงกรณ์ต้องการอัพเกรดกรุงเทพให้เป็นเมืองแบบลอนดอน ที่สถาปัตยกรรมต่างๆ มันสะท้อนความเป็นเจ้าและได้รับการดูแลอย่างดี แต่มันไม่ใช่ประเด็นการดูแลอย่างดีเท่านั้น มันยังเป็นเรื่องของอำนาจเหนือพื้นที่ด้วย ใครรู้จักลอนดอนจะเข้าใจว่า พื้นที่ที่เป็นตัวแทนสัญลักษณ์มีอยู่ทั่วไปและอยู่ติดๆ กัน มันสะท้อนถึงความอลังการของจักรวรรดิ์อังกฤษ ตั้งแต่วังบัคกิ้งแฮม the mall สวน St James สวน Green Park สวน Regent’s Park และ Hype Park เชื่อว่า วชิราลงกรณ์กำลังเปรียบเปรยความยิ่งใหญ่ของตัวเองกับอังกฤษ จึงต้องการสร้างพื้นที่ในส่วนพระบรมมหาราชวัง ให้เป็น “พื้นที่เจ้า” ที่มีความศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง….ในการยึดพื้นที่เหล่านั้นคืน เพื่อสร้างความศักดิ์สิทธิ์แบบใหม่ที่อิงกับเจ้านั้น วชิราลงกรณ์ได้สั่งให้มีการรื้อถอน ถอดทิ้ง โยกย้าย เปลี่ยนชื่อ เพื่อลบล้างผลพวงของคณะราษฏร์ เช่น การย้ายอนุสาวรีย์ปราบกบฏ ทำล้ายรูปปั้นสมาชิกคณะราษฏร์ เปลี่ยนชื่อสถานที่เหล่านั้นกลับมาเป็นชื่อของสมาชิกครอบครัวตัวเอง กองทัพตอบสนองด้วยการเปลี่ยนชื่ออาคารให้อยู่ในชื่อนักรบรอยัลลิสต์เจ้าในอดีต นี่คือการกระบวนการสร้างประวัติศาสตร์แบบใหม่ ที่ต้องการเขี่ยทิ้งการอภิวัฒน์สยาม 2475….ตอนหน้าจะมาพูดถึงเรื่องการตั้งฮาเร็มของวชิราลงกรณ์ค่ะ
