หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

DRG ถอดเทปคำปราศรัยของอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชนและนักกิจกรรมทางการเมือง

ที่มุ่งตรงไปยังบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์กับการเมืองไทย และเรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายเพื่อมิให้สถาบันพระมหากษัตริย์ต้องออกไปไกลห่างจากระบอบประชาธิปไตย ในกิจกรรมชุมนุม “เสกคาถาผู้พิทักษ์ ปกป้องประชาธิปไตย” จัดโดยกลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย – (MDG) และกลุ่มมอกะเสด (KU Daily) เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีเนื้อหาดังนี้
____________________

สวัสดีพี่น้องที่มาชุมนุมวันนี้ทุกคนครับ
.
ก่อนอื่นต้องขอเรียนให้ทราบอย่างนี้ว่า ผมได้รับการติดต่อจากน้องๆ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยมหานคร ให้มาพูดปราศรัยกับพี่น้องในวันนี้ในหัวข้อเดียว เป็นหัวข้อที่หลายๆ คนอยากฟัง แต่ไม่มีใครเคยเอ่ยอ้างอย่างเป็นทางการ
.
ด้วยความให้เกียรติและเคารพต่อตัวเอง ให้เกียรติและเคารพต่อพี่น้องที่มาฟัง และเคารพให้เกียรติอย่างสูงสุดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพูดถึงบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เกี่ยวกับการเมืองไทยที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ เราซุกปัญหาเหล่านี้ไว้ใต้พรมหลายปีมาแล้วครับพี่น้อง ไม่มีการเอ่ยอ้างถึงปัญหาอย่างแท้จริง ซึ่งมันนำมาสู่การแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด
.
เราต้องยอมรับความจริงว่าที่นิสิต นักศึกษา และประชาชนลุกขึ้นมาชุมนุมเรียกร้องทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหลายคนต้องการจะตั้งคำถามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของพวกเรา ในเวทีชุมนุมมีการชูป้ายกล่าวอ้างถึงบุคคลที่อยู่เยอรมัน มีการกล่าวอ้างถึงบุคคลที่เป็นนักบินบินไปบินมา คำกล่าวอ้างเหล่านี้จะหมายถึงใครไปไม่ได้นอกจากสถาบันพระมหากษัตริย์ของพวกเราครับพี่น้อง แต่การกล่าวอ้างเหล่านั้นมันจะไม่มีน้ำหนักเลยหากพวกเราไม่มีการพูดด้วยเหตุด้วยผลและตรงไปตรงมาตามหลักของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
.
พี่น้องครับ ปัจจุบันนี้เราประสบปัญหาอย่างยิ่งยวดและสำคัญยิ่ง คือมีกระบวนการที่จะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ของพวกเราขยับออกไปไกลห่างจากระบอบประชาธิปไตยมากขึ้นทุกทีๆ
.
กระบวนการแรกเกิดขึ้นหลังจากการรัฐประหารปี 2557 ประยุทธ์ จันทร์โอชารัฐประหารครั้งนี้ สั่งให้เนติบริกรร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกขึ้นมาโดยบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อาจารย์บวรศักดิ์ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา เนื้อหาสาระก็ไม่ได้แตกต่างจากปี 2550 เท่าไหร่ ปรากฏว่าชนชั้นนำไทยไม่ยอม ปัดตกในชั้น สนช. ให้บุคคลที่เป็นเนติบริกร เป็นพ่อมดตัวจริงของประเทศไทยขึ้นมาร่างใหม่ นั่นคือนายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ด้วยความที่เป็นพ่อมด เขาออกแบบโครงสร้างรัฐธรรมนูญให้เอื้อต่อการขยายพระราชอำนาจออกไปไกลจากระบอบประชาธิปไตย ยิ่งไกลยิ่งดี
.
เขาออกแบบมายังไง 1. คือออกแบบมาตรา 15 วรรคสอง ให้การบริหารราชการแผ่นดิน มีการตั้งหน่วยงานในพระองค์ขึ้นมา แล้วบริหารไปตามพระราชอัธยาศัย การที่บอกว่าบริหารไปตามพระราชอัธยาศัยนั้น แปลเป็นภาษาบ้านเราคือบริหารไปตามใจของพระมหากษัตริย์ เหล่านี้เป็นการออกแบบกฎหมายที่ขัดกับระบอบประชาธิปไตยทั้งสิ้น หลังจากนั้นก็นำไปออกประชามติ แล้วผ่านออกเสียงประชามติมาด้วยความทุลักทุเล และการออกเสียงประชามตินั้นก็ไม่ได้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงหรอกครับ มีเพื่อนเราหลายคนโดนจับโดนคุกคาม
.
แต่พอมีการผ่านการออกเสียงประชามติมา เกิดการแทรกแซงการประกาศใช้รัฐธรรมนูญโดยสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นครั้งแรก คือเมื่อมีการผ่านประชามติออกมา ประยุทธ์ จันทร์โอชานำรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ พระมหากษัตริย์รับสั่งให้แก้รัฐธรรมนูญในสาระสำคัญอยู่หลายประการ ซึ่งถ้าในประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เหตุการณ์นี้ไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะนี่เป็นการแทรกแซงการประกาศใช้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ
.
การแก้ไข แก้ไขประเด็นใหญ่ๆ อยู่ 2 ประการคือ 1. แก้ไขกรณีที่มันเกิดวิกฤตของบ้านเมือง รัฐธรรมนูญฉบับมีชัยบอกว่าให้วินิจฉัยไปตามประเพณีการปกครองโดยให้มีคณะกรรมการขึ้นมาวินิจฉัย มีประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครอง ประธานรัฐสภา ผู้นำฝ่ายค้าน ให้คนที่มันยึดโยงกับประชาชนไปวินิจฉัยกรณีที่มันมีวิกฤตบ้านเมือง แต่พระมหากษัตริย์รับสั่งให้แก้ไขประเด็นนี้ ให้ตัดออก เหลือเพียงแค่ให้วินิจฉัยไปตามประเพณีในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข นี่คือการแก้ไขประการที่หนึ่ง ซึ่งกระทบกระเทือนต่อสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน
.
ประการที่สองที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติแล้วนะครับ คือการแก้ไขให้พระมหากษัตริย์กรณีที่ไม่อยู่ในประเทศไทย ไม่ต้องตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เราจึงได้เห็นพระมหากษัตริย์ของเราเสด็จไปประทับอยู่ที่ประเทศเยอรมัน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นานๆ ครั้งจึงจะกลับมาที่ประเทศไทย ข้อเท็จจริงนี้พี่น้องทุกคนทราบ ทหารตำรวจทุกคนทราบ แต่ผมเชื่อว่าทุกคนไม่กล้าพูด ด้วยความเคารพอย่างยิ่งยวดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ กระผมคิดว่าปัญหานี้จะต้องถูกพูดอย่างเป็นทางการ เพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาร่วมกัน
.
เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้เสร็จ รัฐธรรมนูญของมีชัย ฤชุพันธ์ ก็แผลงฤทธิ์ทันที สนช. ซึ่งตั้งจากไอ้พวกเผด็จการประยุทธ์นี่แหละครับ มีการงุบงิบกันออกกฎหมายที่ขยายพระราชอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์หลายฉบับ
.
กฎหมายฉบับแรกที่มีการออกคือ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 เปิดโอกาสให้มีหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์ เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย แต่กินเงินเดือนจากพี่น้องประชาชน
.
จากนั้นได้มีการตรากฎหมายฉบับสำคัญอีกหนึ่งฉบับ นั่นก็คือ พ.ร.บ. จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2561 ซึ่งเดิมทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มีองค์กรที่เข้ามาดูแลอยู่แล้ว คือสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โอเค อาจจะมีปัญหาการโต้แย้งกันว่าทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์กับทรัพย์สินส่วนพระองค์ใครเป็นคนดูแล แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญและออกพระราชบัญญัติครั้งนี้ในปี 2561 เปลี่ยนแปลงการเมืองไทยไปอย่างพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน เพราะอะไร เพราะต่อไปนี้ทรัพย์สินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่พวกเราเป็นเจ้าของรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นสนามหลวง ไม่ว่าจะเป็นพระราชวัง ไม่ว่้าจะเป็นหุ้นที่เดิมเป็นของพวกเราทุกคนที่เป็นเจ้าของรวมกัน ต่อไปนี้จะตกเป็นของพระมหากษัตริย์ บริหารราชการแผ่นดินไปโดยตามพระราชอัธยาศัยครับพี่น้อง
.
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญแต่ไม่มีใครกล้าพูดถึง และนั่นคือเหตุจำเป็นที่น้องๆ ให้ผมมาพูดในวันนี้ มันสำคัญยังไง สำคัญตรงที่ว่าทรัพย์สินซึ่งเดิมเมื่อคณะราษฎรได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เขาได้แบ่งทรัพย์สินออกอย่างชัดเจน ส่วนที่เป็นของส่วนพระองค์คณะราษฎรไม่แตะต้อง แต่ส่วนที่เกิดจากภาษีของพวกเราก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง คณะราษฎรให้รัฐเป็นคนดูแล จากนี้ไปทรัพย์สินหลายอย่างที่พวกเราเคยใช้ร่วมกัน สนามหลวงที่เคยประกอบพระราชพิธี ในช่วงที่ว่างเว้นมีพี่น้องที่เป็นคนไร้บ้านได้ไปพักอาศัย มีเด็กไปเที่ยวสนามหลวง ต่อไปนี้จะไม่มีภาพนั้นอีกแล้ว
.
เท่านั้นยังไม่พอ การที่แปรสภาพให้ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตกอยู่ในการบริหารของพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียว ส่งผลทำให้เกิดข้อกฎหมายอีกประการหนึ่งคือกรณีที่ในหลวงของพวกเราไปประทับอยู่ที่ประเทศเยอรมัน ตามกำหนดเวลาของแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมัน กฎหมายอาจจะบังคับให้จะต้องเสียภาษีเป็นจำนวนหลายหมื่นล้าน ถามว่าเงินจำนวนหลายหมื่นล้านนั้นเป็นเงินของใคร ก็เงินภาษีของพวกเราทุกคนนี่แหละครับ นี่คือความสุ่มเสี่ยงอย่างถึงที่สุดที่รัฐบาลประยุทธ์ไม่เคยพูดถึง
.
การแก้ไขรัฐธรรมนูญประการต่อมาที่เป็นปัญหา ที่พวกเราทุกคนเห็น พวกเราทุกคนพูดข้างล่างเวที นิสิตนักศึกษาทุกคนพูด แต่หลายคนทำเป็นหูทวนลมไม่ฟัง คือการที่พระมหากษัตริย์ไม่ประทับในประเทศ ถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร ปัจจุบันนี้เราถูกฝรั่งมังฆ้องต่างชาตินำเอากษัตริย์ของเราไปล้อเล่นที่เยอรมัน ไปฉายเลเซอร์ ไปให้เด็กใช้ปืนอัดลมก่อการที่ไม่บังควร เหล่านี้เกิดขึ้นเพราะพระมหากษัตริย์ไม่อยู่ในประเทศ รวมทั้งกรณีที่จะตั้งรัฐมนตรีเข้าไปถวายสัตย์ปฏิบัติหน้าที่ ทำไม่ได้ ต้องรอให้กษัตริย์กลับมาประเทศก่อน ปัญหานี้ทุกคนรู้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนรู้ แต่ไม่กล้าพูดถึง ทุกคนที่มาชุมนุมเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 ที่ชูป้ายเรื่องเหล่านี้ทุกคนรู้ แต่ไม่มีใครพูดถึง วันนี้แฮร์รี่ พอตเตอร์ จึงต้องพูดถึงเรื่องนี้
.
การตรากฎหมายที่ทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ขยับออกไปจากระบอบประชาธิปไตยยังไม่เพียงเท่านั้น ในปี 2562 พี่น้องจำได้มั้ยครับ เมื่อมีการเลือกตั้ง มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ได้มีการเสนอกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง คือ พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วน ของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562 โอนกำลังพลทหาร กรมทหารราบที่ 1 กับกรมทหารราบที่ 11 ไปให้สถาบันพระมหากษัตริย์ดูแลปกครองไปตามพระราชอัธยาศัย
.
กรณีนี้สำคัญนะครับ ในประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตย ไม่มีที่ไหนให้กษัตริย์มีอำนาจดูแลปกครองทหารจำนวนมากขนาดนี้ ไม่มีครับ การทำเช่นนั้นมันสุ่มเสี่ยง สุ่มเสี่ยงต่อการทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยกลายเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
.
เราโชคดีในโชคร้ายคือมีพรรคการเมืองพรรคหนึ่งกล้าลุกขึ้นมาปราศรัยเรื่องนี้ในสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตเอ่ยนาม ขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่งเป็น ส.ส. ในพรรคอนาคตใหม่ ลุกขึ้นมาอภิปรายเรื่องที่ว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่เห็นชอบกับการออกพระราชกำหนดโอนกำลังพลทหารมาสังกัดที่สถาบันพระมหากษัตริย์ คนคนนั้นชื่อว่าปิยบุตร แสงกนกกุล เป็น ส.ส. คนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์ชาติไทยในหลายสิบปีที่กล้าลุกขึ้นมาอภิปรายเรื่องนี้ในสภาผู้แทนราษฎร เขาอภิปรายถึงที่มาที่มันไม่ชอบมาพากล เพราะไปออกเป็นพระราชกำหนด ไม่ปล่อยให้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวางในสภา นอกจากนั้นการที่เอาทหารหลายกองพันไปสังกัดกับสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง โชคชะตานำพาให้การพูดเรื่องนั้นทำให้พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบครับพี่น้อง
.
ณ วันนี้พวกเรามีระบอบการปกครองประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่สถาบันพระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจล้นเกินไปกว่าที่ระบอบอนุญาตแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องพูดกันอย่างจริงจัง เรื่องนี้ทุกคนจะต้องพูดให้เป็นสาธารณะ และพูดด้วยความเคารพในระบอบ เคารพต่อสถาบันฯ ถ้าไม่พูดถึงเรื่องนี้ ไม่มีทางแก้ปัญหาได้
.
การพูดเช่นนี้ไม่ใช่การล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เป็นการพูดเพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในสังคมไทยอย่างถูกต้องชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข นักศึกษาที่ออกมาชุมนุมหลังจากปีใหม่มานี้ทุกคนรู้เรื่องนี้ นักศึกษาทุกคนที่ชูป้ายข้อความสองแง่สองง่าม กล่าวถึงบุคคลที่ผมกล่าวมาแล้ว ทุกคนรู้เรื่องนี้ ต่อไปนี้เรื่องนี้จะต้องถูกพูดในที่สาธารณะ และพวกเราทุกคนจะต้องเรียกร้องไปที่สภาผู้แทนราษฎร ให้เขาพูดเรื่องนี้แทนพวกเราทุกคนในสภาผู้แทนราษฎร
.
อย่าปล่อยให้คนตัวเล็กตัวน้อยต้องมาพูดเรื่องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์แล้วถูกคุกคามตามลำพัง อย่าปล่อยให้ผู้ลี้ภัยทางการเมืองออกมาพูดเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์แล้วถูกอุ้มฆ่าอย่างโหดร้ายทารุณ ต่อไปนี้จะไม่มีเรื่องนี้อีกแล้ว ต่อไปนี้จะไม่มีบุคคลที่ออกมาพูดเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์แล้วถูกกล่าวหาว่าเป็นคนบ้า คนเสียสติ ถูกอุ้มเข้าโรงพยาบาลทั้งๆ ที่เขาพูดความจริง ต่อไปนี้จะไม่มีอีกแล้วครับพี่น้อง
.
นั่นเป็นเพียงฉากแรกของการเปลี่ยนแปลงพระราชอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยที่เป็นปัญหากับระบอบ นั่นก็คือการตรากฎหมายโดยสภาที่เป็นเผด็จการ ประการต่อมา สถาบันพระมหากษัตริย์ของพวกเรานิ่งเฉยจนเกินความจำเป็น ปล่อยให้บุคคลก้าวล่วง แอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์ครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อมาทำลายคนที่เห็นต่างทางการเมือง
.
คนแรกที่ผมจะเอ่ยถึง ที่ดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาสนับสนุนตัวเอง นั่นก็คือคนที่ชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา พี่น้องจำได้มั้ยครับ เมื่อครั้งที่เขาก่อนจะเข้ารับ

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น