-เป็นคุกที่เอาไว้ขังคนตามคำสั่งของเขาโดยเฉพาะ-ถูกสร้างโดยมีคำสั่งมาตั้งแต่ช่วง2012-คุกนี้ส่วนใหญ่จะขังคนที่เคยใกล้ชิดกับเสี่ย แล้วทำงานพลาดหรือไม่ถูกใจ-เช่น แก๊งหมอหยอง ผู้ที่อยู่เบื้องหลังจัดงาน
Bike for Mom (แต่ภายหลังเกิดมีปัญหาเรื่องเงิน) สุดท้ายทั้งหมดโดนฆ่าโหดในคุกนี้ทั้งนั้น-จุมพล มั่นหมาย นายตำรวจใหญ่ผู้มีชื่อเสียงที่เสี่ยเคยจะปั้นให้เป็นใหญ่ ก็โดนขังที่นี่ และขณะนี้ไม่มีใครรู้ชะตากรรม-ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัชสมัยจาก ร.9 เป็น ร.10 เสี่ยเริ่มกำจัดคนที่เคยทำงานใกล้ชิดให้พ่อของเขา เช่น สั่งให้บ้าน “วัชโรทัย” ออกจากวังทั้งหมดแล้วไปยืนฝึกทหารที่วังทวีฯแทน-วังทวีวัฒนาเคยเป็นวังที่เสี่ยอยู่กับศรีรัตน์และทีปังกรมาก่อน แต่พอหย่าร้าง เสี่ยก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย (อยู่แต่ที่เยอรมันพร้อมกับทีปังกร)-ส่วนศรีรัตน์ถูกกักขังบริเวณอยู่ที่บ้าน ณ ราชบุรี-ส่วนในตัวรั้ววังทวีฯ นอกจากทำเป็นคุก ยังเป็นที่ฝึกทหาร หน่วยราชวัลลภ904 หน่วยส่วนพระองค์ (ที่กำลังเร่งเกณฑ์หนักมาก เพื่อเพิ่มกำลังพลเพื่อมาคานกำลังกองทัพหน่วยอื่นๆ)-ทหารทุกคนรู้ดีว่า คุกในวังทวี คือ”นรกบนดิน” มีลานบริเวณ ที่จัดเอาไว้เพื่อการทรมานนักโทษ-สรุปทั้งหมดในวังทวี ถูกจัดและออกแบบตามสไตล์เสี่ยทั้งหมด ไม่ว่าจะมีคุก ลานทรมาณ ลานจอดเครื่องบิน ทะเลสาปที่ใช้คนชุด รวมไปถึงห้องเชือดส่วนพระองค์-และสุดท้าวแม้ในขณะนี้ตัวเองจะไม่อยู่ไทย แต่ทหารถูกสั่งให้ไปเข้าเวร ตามรั้ววัง เพื่อปกป้องคุ้มครองบ้านของเขาหนักมาก เหตุมาจากความพารานอยด์ส่วนตัว กลัวถูกต่อต้าน กลัวบ้านโดนบุก (ใครรู้นิสัยส่วนตัวของเสี่ยจะรู้เลยว่ามันเป็นโรคจิตเกี่ยวกับบ้าน บ้านต้องเนี๊ยบเป๊ะ สวยงาม ถ้าใครทำให้เสี่ยอกหัก มันจะไปทุบรื้อพังบ้านของคนนั้น – นี่คือตรรกะเสี่ย)แหล่งที่มาจาก ส่วนหนึ่งบทความตีพิมพ์ในสื่อต่างประเทศของอาจารย์ปวิน https://www.japantimes.co.jp/opinion/2017/06/02/commentary/world-commentary/dhaveevatthana-prison-hell-earth-thailand/และข้อมูลวิชาการในรอยัลลิสต์ มาร์เก็ตเพลสกรุ๊ป ใครอยากติดตามงานวิชาการ และประวัติศาสตร์เบิกเนตรเพิ่มอีก เรียนเชิญที่นี่ https://www.facebook.com/groups/160302545298190/?ref=share



วัน: 3 สิงหาคม 2020
ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
สิ่งสำคัญประการสุดท้ายของการจัดระเบียบโครงสร้างอำนาจของวชิราลงกรณ์คือการกำจัดผู้ลี้ภัยในต่างประเทศ ในยุคภูมิพลนั้น แน่นอน มีการกำจัดคนเห็นต่างเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่ใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นเครื่องมือ และมักกระทำโดยมีขอบเขตจำกัด คือจะกระทำภายในประเทศเป็นหลัก ส่วนคนไทยในต่างประเทศหรือชาวต่างชาตินั้น แม้จะถูกดำเนินคดีด้วยกฎหมายหมิ่น แต่หากไม่ย่างกรายเข้าไทย ก็มีผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชีวิตเล็กน้อยมาก อย่างไรก็ตาม ข้อแตกต่างหนึ่งก็คือ ในยุคภูมิพลนั้น การหมิ่นเจ้าหรือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ดังนั้น การลงโทษผู้ทำผิดจึงมีไม่มาก แต่หลังจากรัฐประหารครั้งล่าสุด ซึ่งประจวบเหมาะกับการใกล้การสวรรคตของภูมิพล มนต์ขลังมันจางหายไปตามกาลเวลา และกษัตริย์องค์ใหม่ ซึ่งคือวชิราลงกรณ์ ก็ไม่ได้รับความรักจากประชาชนเท่าภูมิพล จึงทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์เจ้าอย่างแพร่หลาย แต่วชิราลงกรณ์เลือกที่จะไม่ใช้กฎหมายหมิ่นเป็นเครื่องมือ ส่วนหนึ่งก็เพราะเรื่องภาพลักษณ์ไทยถูกองค์การระหว่างประเทศต่อว่ามานานเรื่อง 112 การเปลี่ยนภาพลักษณ์ที่จะไม่ใช้ 112 ไม่ได้หมายความว่า วชิราลงกรณ์ใจดีกว่าพ่อ แต่พราะเค้าหันมาใช้การอุ้มฆ่าแทนที่….กรณีการอุ้มที่เราสงสัยว่ามาจากวชิราลงกรณ์นั้นเกิดตั้งแต่สมัยศิรินทิพย์ ซึ่งได้พูดไปบ้างแล้ว ขอไม่พูดอีก ข้ามกลับมาในปัจจุบัน สองกรณีแรกของการอุ้มฆ่าก็คือ ดีเจซุนโฮ และโกตี๋ เรามาเริ่มจากดีเจซุนโฮก่อน เค้าหายตัวไปในปี คศ 2016 หายไปอย่างนั้น หายไปเฉยๆ ภาษาฝรั่งเรียกว่า enforced disappearance คือบังคับให้สูญหาย ส่วนโกตี๋ถูกชายชุดดำประมาณ 10 คน มาอุ้มถึงที่พักในกรุงเวียงจันทน์ในปี 2017 ทั้งสองคนถือว่าเป็นคนที่วิจารณ์เจ้ารุนแรงที่สุดไม่แพ้คนอื่นๆ ดีเจซุนโฮมีชื่อเสียงจากการทำคลิปยูทูปโจมตีราชวงศ์ไทย ส่วนโกตี๋ถูกกล่าวหามากนั้น โดยมีการโยงเรื่องการค้าอาวุธ การฝึกอาวุธให้พลเรือนเพื่อต่อต้าน คสช รวมถึงถึงข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้ส่งอาวุธให้คนเสื้อแดงปะทะกับกองทัพที่ราชประสงค์ในปี 2010 เมื่อทั้งสองคนสูญหายจากลาว ทางการไทยปฏิเสธว่าไม่รู้เห็น และก็ปฏิเสธคำขอขององค์การระหว่างประเทศในการสอบสวนการอุ้มของคนเหล่านี้อย่างจริงจัง….ปลายปี 2018 เหยื่ออีกสามราย คืออาจารย์สุรชัย แซ่ด่าน และสหายภูชนะ และสหายกาสะลอง ได้ถูกอุ้มพร้อมๆ กัน จากบ้านพักในลาวเช่นกัน แต่ตามหลักฐานที่ปรากฏ ดูเหมือนว่าจะถูกล่อโดยนกต่อ เพราะภายในบ้านพักของอาจารย์สุรชัย ยังมีร่องรอยของการเลี้ยงรับรองคนจำนวนหนึ่ง การหายตัวไปแบบนั้น ยื่งทำให้สงสัยว่า ฝ่ายวังกำลังทำงานไล่ล่าผู้เห็นต่างอย่างต่อเนื่อง แน่นอน ทั้งสามคนนี้ถูกมองว่าล้มเจ้า จึงสมควรถูกกำจัดไป ในเวลาต่อมา ได้มีศพของชายสองคนลอยขึ้นจากแม่น้ำโขง ผลการพิสูจน์ศพพบว่าเป็นสหายภูชนะและสหายกาสะลอง แต่ร่องรอยของอาจารย์สุรชัยยังหาไม่พบ ดิชั้นได้รับโทรศัพท์จากนักการทูตประเทศยุโรปท่านหนึ่งที่ได้ข้อมูลจากวงในว่า สภาพศพที่ถูกมัดมือขาและผ่าท้องยัดด้วยซีเมนต์นั้น เป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่งที่คนร้ายทำก่อนลงมือสังหาร เพราะคนสั่งเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ โดยให้เหยื่อนั่งคุกเข่า มัดมือและขา มือถือดอกบัว กล่าวขอขมาวชิราลงกรณ์ แล้วมีการถ่ายคลิปไว้เช่นกัน จากนั้นจึงลงมือสังหารในท่าดังกล่าว ส่วนการผ่าท้องนั้น นักการทูตกล่าวว่า อาจมาจากความเชื่อว่า การเอาอวัยวะภายในออกจะทำให้วิญญาณไม่สามารถจำร่างได้ จึงไม่สามารถกลับมาล้างแค้นได้ แน่นอน ทั้งนักการทูตฝรั่งและดิชั้นไม่เชื่อเรื่องเหล่านี้ แต่อย่าลืมว่า ราชวงศ์ไทยงมงายในเรื่องไสยศาสตร์มาก ส่วนร่องรอยอาจารย์สุรชัยนั้น ดิชั้นคิดว่า คนร้ายคิดว่าศพทั้งสองที่ลอยขึ้นมาไม่น่าจะเป็นข่าวอะไรมากมาย แต่พอมันกลายมาเป็นข่าวระดับชาติและระหว่างประเทศ พวกเค้าเลยตัดสินใจทำลายร่องรอยของอาจารย์สุรชัยทั้วหมด เพราะกลัวว่า การพบศพจะเป็นการกระตุ้นสาธารณชนให้ออกมาประท้วงได้…จากนั้น เดือน พค ปีที่แล้ว นักต่อสู้อีกสามคนสูญหาย หนึ่งในนั้นคือลุงสนามหลวง หลังจากทราบชะตากะรรมของเพื่อนร่วมอุดมการณ์ จึงได้หาทางหนีจากลาวไปเวียดนาม ได้มีข่าวออกมาว่า ทางการไทยขอความร่วมมือเวียดนามในการส่งตัวบุคคลเหล่านั้นกลับไทย ซึ่งเราไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า บุคคลเหล่านั้นตอนนี้อยู่ไหน ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ลุงสนามหลวงเป็นบุคคลที่ฝ่ายเจ้าเกลียดมาก และพร้อมที่จะกำจัดเสมอ โดยหลังจากองค์กรระหว่างประเทศตามเรื่องนี้กับรัฐบาล ประวิตร วงศ์สุวรรณ ตอบว่าไม่รู้ตามเคย อีดอก….หลังจากนั้นก็มาถึงวันเฉลิม ซึ่งทุกคนคงรู้ที่มาที่ไปแล้ว ต้าร์ไม่ได้เป็นคนวิจารณ์เจ้ามากมายเลย และคิดว่า การดูแลของฝ่ายกัมพูชาจะทำให้ตัวเองรอดพ้นจากวัง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเยอรมัน การประท้วงต่อเนื่อง อาจจะส่งผลให้วชิราลงกรณ์ต้องการล้างแค้นโดยการสร้างความหวาดกลัวกับผู้ลี้ภัยคนอื่นๆ ต้าร์เป็นเหยื่อง่าย เพราะไม่ได้ใช้ชีวิตปิดบังอะไรในพนมเปญ การอุ้มต้าร์กลางวันแสกๆ นั้นชี้ว่า ตอนนี้ ความสัมพันธ์ไทยกับกัมพูชาได้เปลี่ยนไปแล้ว จากการที่กัมพูชาเคยเห็นใจคนเสื้อแดง แต่พลวัตรความสัมพันธ์มันเปลี่ยนไป ตอนนี้ ฮุนเซนต้องการสานสัมพันธ์กับวังไทย ดังนั้น การปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องการหายตัวของต้าร์จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้…ในปี 2016 มีนักการเมืองท่านหนึ่งบอกดิชั้นว่า วชิราลงกรณ์จะขึ้นครองราชย์ปลายปี ในกระบวนการขึ้นครองราชย์ วชิราลงกรณ์ได้ทำรายชื่อศัตรูที่ต้องกำจัดจำนวน 50 คน ดิชั้นเพื่อเข้าใจว่า รายชื่อนั้นมันมีอยู่จริง แต่อย่าถามว่าใครอยู่ในรายชื่อนั้นบ้าง…….
