ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
ไม่มีใครไม่รู้ว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่เอาเจ้า ดิชั้นขอไม่วิจารณ์ไปมากกว่านี้ เพราะอยากให้โฟกัสเรื่องวชิราลงกรณ์มากกว่า เพียงแต่จะบอกว่า มันเกิดความลักลั่นระหว่างอุดมการณ์ของคนในพรรคและนโยบายของพรรค ที่ในที่สุด ต้องยอมผ่อนปรนเพื่อความอยู่รอดทางการเมือง แต่วชิราลงกรณ์อ่านเกมออกแต่แรก โดยเฉพาะการไม่เอาเจ้าของอนาคตใหม่ และมองว่าปิยบุตรคือภัยที่ร้ายแรงกว่าธนาธร เพราะเป็นตัวแพร่อุดมการณ์ไม่เอาเจ้า ความนิยมที่พรรคอนาคตใหม่ได้รับ ผสมกับนโยบายพรรคที่แม้ไม่ได้ชนกับเจ้าโดยตรง แต่ก็กระทบเจ้า อาทิ การลดบทบาททหารทางการเมือง….ข่าววงในออกอยู่เสมอว่า วชิราลงกรณ์ไม่พอใจพรรคอนาคตใหม่ และเมื่อผลการเลือกตั้งปรากฏ ยิ่งทำให้ทางวังรู้สึกว่า จะต้องกำจัดพรรคนี้อย่างเร็ว เอาจริงๆ แล้ว วชิราลงกรณ์หวั่นใจในตัวธนาธร/ปิยบุตรมากกว่าที่หวั่นใจในตัวทักษิณ เพราะรู้ว่าทักษิณต้องการไกล่เกลี่ยเสมอ เอาจริงๆ ทางพรรคเองก็รู้ว่าพรรคจะจบแบบไหน ถึงขนาดมีการคิดไว้ล่วงหน้าว่า ถ้าวันนั้นมาถึง แกนนำพรรคจะต้องทำดีลกับสถานการณ์อย่างไรบ้าง หลังจากพยายามหลายครั้ง ในที่สุด อนาคตใหม่ก็ลงเอยแบบพรรคการเมืองที่ผ่านมา โดยการใช้ตุลาการณ์ภิวัฒน์ ที่ใช้ข้อกล่าวหาของการที่ธนาธรให้พรรคกู้ยืมเงิน ที่ถูกมองว่าเป็นการบริจาค ซึ่งผิดต่อกฎหมายการเลือกตั้ง…หลังจากการยุบพรรคอนาคตใหม่ และจำกัดสิทธิของกรรมการพรรคทางการเมืองอีก 10 ปี ในความเป็นจริง ธนาธรยังต้องการผลักดันหลายเรื่องให้เลยไปกว่าการจัดตั้งพรรคก้าวไกล แต่ดันเกิดปัญหาโควิดขึ้น เลยทำให้การยุบพรรคอนาคตใหม่ “ฝ่อ” มิเช่นนั้น อาจจะช่วยจุดกระแสชุมนุมได้ มาบัดนี้ กระแสชุมนุมมันเลยพรรคอนาคตใหม่ไปแล้ว และโอกาสที่ธนาธรจะกลับมาเป็นแกนนำการชุมนุมตอนนี้ก็ยาก เพราะฝ่ายตรงข้ามได้สร้างเรื่องไว้แล้วว่าธนาธรอยู่เบื้องหลังการชุมนุมล้มเจ้า…ในส่วนนี้ขอพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยและอนาคตใหม่ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าสองพรรคนี้ แม้จะมีนโยบายหลายอย่างใกล้เคียงกัน และอยู่ “ฝั่งประชาธิปไตย” เหมือนกัน แต่มันมีเซ้นของการแข่งขันกัน จากมุมมองของคนเชียร์อนาคตใหม่ พวกเค้าอยากก้าวข้ามทักษิณ อยากก้าวข้ามการปรองดอง แม้ในความเป็นจริง เค้าก็ไม่อาจยอมรับได้ว่า พรรคอนาคตใหม่ก็ไปไม่ไกลกว่าที่ทักษิณเคยทำ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้น คนเชียร์ไม่เอาอนาคตใหม่เพราะมองว่าเป็นคู่แข่งทางการเมือง มองว่า คนของอนาคตใหม่คอยค่อนแคะพรรคเพื่อไทย ไอ้ประเด็นปลีกย่อยเหล่านี้ที่ทำให้คนเชียร์ของแต่ละพรรคต้องห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็นเอาตาย…ต่อหน้าสื่อ ทักษิณชื่นชมอนาคตใหม่ว่าเป็นพลังสำคัญของประชาธิปไตย ลับหลังสื่อ (ตามที่ดิชั้นได้สัมภาษณ์นักการเมืองท่านหนึ่ง) ทักษิณออกจะรำคาญอนาคตใหม่ในความเชื่อมันที่สูงเว่อร์ over-confidence และการไม่ให้เกียรติพรรคที่มาก่อนอย่างเพื่อไทย แต่ทักษิณก็เล่นเกมการเมืองนี้ได้ดี โดยเปิดทางให้ธนาธรเข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในฟากของประชาธิปไตย (ซึ่งอนาคตใหม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากเพื่อไทยในฐานะที่เป็นพรรคที่ได้คะแนนเสียงมากกว่า)…ขอจบความเกี่ยวข้องของวชิราลงกรณ์กับพรรคการเมืองไว้เท่านี้ ตอนหน้าเรามาพูดถึงกลยุทธสุดท้ายของวชิราลงกรณ์ในการเข้าสู่สังเวียนทางการเมือง นั่นคือ การกำจัดผู้ลี้ภัยข้ามชาติ
