หมวดหมู่
สถาบันกษัตริย์กับการเมืองในปัจจุบัน

#สถาบันกษัตริย์กับการเมืองในปัจจุบัน ตอนที่ 12

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

เรื่องนี้ อุบลรัตน์เป็นคน approach ทักษิณก่อน คือหลังจากลองมาหลายบทบาท ทั้งทำงานชาริตี้ ทั้งเล่นหนัง ร้องเพลง เป็นสาวสังคม ล่าสุด อุบลรัตน์อยากเป็นนายกรัฐมนตรี อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัว สำหรับดิชั้น การเสนอตัวของอุบลรัตน์นี่ทุเรศมาก อยากจะเป็นนายก แต่ตัวเองยังตัดไม่ขาดกับราชวงศ์ อยากจะส่งเสริมประชาธิปไตย แต่ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของรากเหง้าระบอบกษัตริย์ที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ บอกตรงๆ เหม็นเบื่อ อันนี้ต้องประนามทักษิณในจุดหนึ่งที่ตบหน้าคนดู โดยการส่งชื่ออุบลรัตน์เข้าประกวด เอาละ ถ้าจะอ้างว่าต้องการลากสถาบันกษัตริย์มาสู่การเมืองเพื่อให้พังมากไปอีก แต่ทักษิณก็ไม่อาจหนีข้อวิจารณ์เรื่องการเอาสมาชิกราชวงศ์ที่ไม่เคยมี commitment ต่อการพัฒนาประชาธิปไตย มาเป็นตัวแทนของพรรคไทยรักษาชาติ ที่สำคัญ คนในพรรครักษาชาติเองไม่รู้เรื่องนี้จนมีการประกาศชื่ออุบลรัตน์อย่างเป็นทางการ…อุบลรัตน์มาขอทักษิณ ทักษิณบอกให้ไปถามวชิราลงกรณ์ก่อน เพราะมิบังอาจทำการอะไรเช่นนี้โดยไม่ได้รับไฟเขียวจากวชิราลงกรณ์ หลายอาทิตย์ต่อมา อุบลรัตน์กลับมาบอกทักษิณว่า ไปขอน้องชายแล้ว น้องชายบอกว่าได้ (อันนี้มีการตีความหลังจากเหตุการณ์นี้ว่า วชิราลงกรณ์คิดว่าพี่สาวพูดเล่น ไม่ซีเรียส เลยให้อนุญาตไปอย่างนั้น เท็จจริงประการใด ไม่อาจรู้ได้) เมื่ออุบลรัตน์เคลมว่า น้องชายยอมแล้ว ทักษิณจึงเดินหน้าประกาศให้อุบลรัตน์เป็นผู้แทนพรรคชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คิดดูว่ามันป่วยแค่ไหน หากเป็นจริง เรามีวชิราลงกรณ์เป็นกษัตริย์ มีอุบลรัตน์เป็นนายก มาจากครอบครัวเดียวกัน แค่ฟังก็ป่วยแล้ว….หลังจากข่าวสะพัดออกไป มีปฏิกิริยาตอบสนองสองแบบ ฝ่ายเสื้อแดงดีใจ อาจจะดีใจแบบสะใจ ที่เอาอุบลรัตน์มาเป็นพวกได้ ยิ่งทำให้ราชวงศ์แปดเปื้อนมากไปอีก หรือดีใจแบบไร้เดียงสาว่า อุบลรัตน์คือนารีขี่มาขาว จะอย่างไรก็ตาม ฝ่ายแดงเตรียมฉลองกันแล้ว แต่ฝ่ายเหลืองหรือสลิ่มนี่สิ ที่เป็นตัวแปรสำคัญ ออกมาต่อต้านเต็มที่ ด่าทออุบลรัตน์ ประหนึ่งว่าอุบลรัตน์ไม่ใช่ลูกภูมิพล ส่วนคนเสื้อแดงก็สวนกลับแบบบ้าคลั่ง บอกว่าจะฟ้อง 112 คนด่าอุบลรัตน์ เน่ามากค่ะ….วชิราลงกรณ์มองเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด และตระหนักว่า อุบลรัตน์คือมันร้อน (hot potato) ที่ต้องกำจัด เรื่องนี้วชิราลงกรณ์คิดอย่างแยบยลมาก รู้ตัวว่า เสื้อเหลืองสลิ่มไม่ได้ชอบตัวเองมากนัก หากตัวเองไม่ทำอะไรเลย ยิ่งทำให้พวกนั้นไม่ชอบตัวเองมากขึ้น เพราะพวกนั้นยังเป็นฐานเสียงของเจ้าที่สำคัญ ทั้งยังมีอำนาจ เป็นอีลีทและชนชั้นกลางกรุงเทพ เรื่องอะไรจะยอมเสียฐานเสียงตรงนี้ไป ในทางตรงข้าม หากตัวเองออกมาด่าทักษิณและพี่สาว ก็จะได้ใจสลิ่มเสื้อเหลือง “ดูสิ วชิราลงกรณ์อยู่ข้างเรานะ” และการตีความแบบนี้ก็นำไปสู่การที่วชิราลงกรณ์ตัดสินใจแทรกแซงโดยการสั่งห้ามการลงรับตำแหน่งใดๆ ทางการเมืองของอุบลรัตน์ แถมออกแถลงการณ์ที่ด่าทักษิณอย่างรุนแรงว่าลากสถาบันกษัตริย์มาสู่การเมือง ดิชั้นอ่านแล้วขำ เพราะสถาบันกษัตริย์มันยุ่งการเมืองมานานแล้ว….การลงโทษทักษิณและพี่สาวนำไปสู่คำสั่งยุบพรรค อีกครั้งหนึ่งที่เห็นความร่วมมือระหว่างสถาบันกษัตริย์-ศาล-และชนชั้นกลางกรุงเทพในการกำจัดคู่แข่งทางการเมือง ผลนำไปสู่การยุบพรรค การสั่งห้ามกรรมการบริหารพรรคเล่นการเมือง 10 ปี แม้ว่าทักษิณจะมีส่วนสร้างความรำคาญใจต่อวชิราลงกรณ์ แต่ผลกระทบมันก็รุนแรงมาก เพราะทักษิณเสียฐานเสียงไปมากพอสมควร ส่งผลต่อการต่อสู้ของพรรคเพื่อไทย และอาจเป็นเหตุผลอธิบายว่าทำไมพรรคอนาคตใหม่ถึงได้เสียงมากกว่าที่หลายคนคาดไว้….แต่ไทยรักษาชาติไม่ใช่แค่เหยื่อพรรคเดียว แผนของวชิราลงกรณ์ในจัดการกับพรรคการเมืองฝ่ายค้านยังรวมไปถึงพรรคอนาคตใหม่ด้วย ตอนหน้ามาเล่าต่อว่า ฝ่ายเจ้าทำอะไรบ้างกับพรรคผัวเก่าดิชั้นบ้าง

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น