หมวดหมู่
สถาบันกษัตริย์กับการเมืองในปัจจุบัน

สถาบันกษัตริย์กับการเมืองในปัจจุบัน ตอนที่ 6

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

กองทัพทำรัฐประหารรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในปี คศ 2014 ยิ่งลักษณ์อยู่ในอำนาจได้เพียง 3 ปี การปูทางไปสู่การทำรัฐประหารมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเปลี่ยนผ่านรัชสมัย เพราะเครือข่ายสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องการให้กองทัพเข้ามากำกับการเปลี่ยนผ่านให้เป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งนี้เพราะเข้าใจว่า วชิราลงกรณ์ไม่เป็นที่นิยม จึงอาจเกิดสิ่งท้าทายในช่วงเปลี่ยนผ่าน การวางตัวผู้นำกองทัพเกิดขึ้นในสมัยที่สิริกิติ์ยังมีอำนาจเต็มที่ (ก่อนป่วย) โดยอาศัยทหารฝ่ายบูรพาพยัคฆ์เป็นตัวขับเคลื่อนการเมืองในครั้งนี้ เมื่อครั้งที่ภูทิพลยังแข็งแรง แน่นอน ทหารฝ่ายกษ้ตริย์หรือที่รู้จักกันว่าเป็นฝ่ายวงศ์เทวัญ มีอำนาจเต็มที่ และอยู่ภายใต้การดูแลของเปรม ซึ่งเป็นทั้งคนสนิทของภูมิพล เป็นทั้งอดีตนายก อดีต ผบ ทบ เป็นประธานองคมนตรี และมีตำแหน่งเป็น “CEO” ของเครือข่ายสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เมื่อภูมิพลป่วย บทบาทของวงศ์เทวัญก็ลดลง เมื่อสิริกิติ์ขึ้นมากุมบังเหียน จึงนำพาเอาบูรพาพยัคฆ์ขึ้นมาด้วย จึงอธิบายได้ว่า ทำไมทหารชุดที่แล้วจึงมีแต่บูรพาพยัคฆ์และอธิบายว่าทำไมประยุทธ์ถึงมาอยู่ตรงนี้ แล้วมันยังอธิบายได้ว่า ตอนนี้วชิราลงกรณ์กุมอำนาจไว้ได้ทั้งหมด จึงได้สถาปนาความสำคัญของวงศ์เทวัญกลับมาอีกครั้งหนึ่ง โดยการแต่งตั้งให้อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ขึ้นมาเป็น ผบ ทบ และให้ความชอบธรรมในการ “พูดแทนเจ้า” ในหลายโอกาส แม้แต่บดบังบทบาทของประยุทธ์ โดยหลายฝ่ายคาดว่า นี่คือบุคคลที่วชิราลงกรณ์ต้องการให้ขึ้นมาเป็นนายกแทนประยุทธ์ในอนาคตอันใกล้…..ทั้งหมดนี้ชี้ว่า วังกับทหารทำงานอย่างใกล้ชิด นักวิเคราะห์มักมองผิดว่า วชิราลงกรณ์ไม่เคยสร้างความสัมพันธ์กับกองทัพ สาเหตุมาจากภูมิพลทำหน้าที่ตรงนี้ด้วยตัวคนเดียว และวชิราลงกรณ์เองก็สนใจแต่กองทัพราชวัลลภของตัวเอง ในความเป็นจริงอย่างที่ปรากฏ วชิราลงกรณ์มีความสามารถอย่างมากในการเรียกความจงรักภักดีจากกองทัพในปัจจุบันได้ ส่วนหนึ่งมาจากการสร้างบรรยากาศความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นทั่วไป ซึ่งจะกล่าวอีกครั้งหนึ่ง….กลับมาเรื่องรัฐประหารยิ่งลักษณ์ คราวนี้ อีลีทไทยต้องการมั่นใจว่า การขับชินวัตรออกจากการเมืองต้องเป็นการตอกฝาโลงด้วยตะปูตัวสุดท้าย คือต้องกำจัดให้สิ้นซาก ทั้งในแง่การหาเรื่องยิ่งลักษณ์และคนรอบข้าง จนถึงจุดที่มีการส่งสัญญาณว่ายิ่งลักษณ์ต้องหนี ซึ่งก็เป็นตัวเลือกที่อีลีทต้องการ เพราะเอายิ่งลักษณืเข้าคุก ก็จะถูกต่างชาติประนาม แถมอาจก่อให้เกิดจราจลครั้งใหญ่จากผู้สนับสนุนยิ่งลักษณ์ แต่การผลักออกนอกประเทศนั้น คือไม่ได้เป็นการทำร้ายยิ่งลักษณ์ แต่ขณะเดียวกันก็กลับบ้านไม่ได้ เพราะอีลีทก็ไม่แคร์ว่ายิ่งลักษณ์จะเคลื่อนไหวในต่างประเทศ เพราะเค้าก็มองทะลุไส้ผุงของชินวัตรว่าต้องการปรองดองอยู่ แม้ถึงทุกวันนี้…การทำต่อไปคือการเขียนรัฐธรรมนูญที่วางรากฐานใหม่ให้การกลับมาของชินวัตรลำบากยิ่งขึ้น การสร้างเงื่อนไขให้ระบบบริหารต้องอยู่ในการครอบงำขององค์กรนอกระบอบการเลือกตั้ง อาทิ การให้อำนาจกับวุฒิสภามากขึ้น หรือหน่วยงานต่างๆ ที่ภักดีกับเครือข่ายสถาบันพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญ ปปช กสม คณะกรรมการเลือกตั้ง และอีกร้อยแปด ขณะเดียวกัน กองทัพก็ใช้นโยบายกำจัดขบวนการคนเสื้อแดง ทำลายหมู่บ้านเสื้อแดง (อย่างที่เรายังเห็นเร็วๆ นี้ที่อีแรมโบ้อีสานไปรับธงแดงคืนจากพื้นที่อิสาน) ซึ่งกองทัพทำสำเร็จด้วยดี อาจกล่าวได้ว่า ทุกวันนี้ ขบวนการเสื้อแดงหายไปแล้ว ทำให้ฝ่ายตรงข้าม นั่นคือเสื้อเหลือง ที่กลายพันธุ์ไปเป็นสลิ่ม เข้าครอบงำการสร้างวาทกรรมทางการเมืองแบบใหม่รายวัน แม้แต่อดีต นปช อย่างจตุพรยังออกมาแปรพักตร์ ชี้ถึงการซื้ออุดมการณ์จากฝ่ายแดงที่ได้ผล ทางด้านทักษิณ/ยิ่งลักษณ์ ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เหมือนเดิม เพราะยังมีความหวังที่จะได้รับการปรองดอง รวมถึงความกังวลต่อธุรกิจใจไทยและความเป็นอยู่ของครอบครัวในไทยเช่นกัน….ในตอนหน้าจะพูดเรื่องการก้าวเข้ามาของวชิราลงกรณ์เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจ ที่เริ่มตั้งแต่ก่อนภูมิพลเสียชีวิต

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น