หมวดหมู่
สถาบันกษัตริย์กับการเมืองในปัจจุบัน

สถาบันกษัตริย์กับการเมืองในปัจจุบัน ตอนที่ 4

ข้อมูล อ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

อภิสิทธิ์ขึ้นมาเป็นนายก นับเป็นชัยชนะชั่วคราวของฝ่ายเจ้า แต่ก็เกิดปัญหารุมเร้า 2 ประการ เรื่องแรกคือสงครามกับกัมพูชา ในช่วงที่พันธมิตรพยายามเอาเรื่องเขาพระวิหารมาล้มสมัครนั้น พรรคประชาธิปัคย์ถือเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตร ดังนั้น เมื่ออภิสิทธิ์เป็นนายก ทันทีทันใด ก็ได้สร้างความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา นายกฮุนเซนใชคำพูดรุนแรงหลายครั้ง ถากถางเยาะเย้ยอภิสิทธิ์ อาทิ แช่งให้อภิสิทธิ์ตกเครื่องบินตาย หรือการที่ปล่อยให้เมียฮุนเซน ชื่อ บุณรานี ออกมาแสดความใจทักษิณที่ถูกอีลีทไทยกลั่นแกล้ง โดยบอกว่าจะสร้างบ้านให้ทักษิณอยู่ในกัมพูชา นอกจากนี้ มันยังเกิดปรากฏการณ์ใหม่ คือการที่กัมพูชาท้าทายฝ่ายเจ้าโดยการสนับสนุนกิจกรรมเสื้อแดงอย่างออกหน้า เช่น มีการแข่งฟุตบอลที่ทักษิรเข่าร่วม ฮุนเซนเองก็ลงในทีมเขมรที่ใส่เสื้อแดง แถมเปิดพรมแดนให้คนเสื้อแดงจากอีสานเข้าไปเชียร์บอลในเขมร และจัดงานสงกรานต์ให้ทักษิณเจอคนเสื้อแดงในกัมพูชาด้วย ในที่สุด ก็เกิดสงครามสองฝ่ายอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2551 และมาพีคในปี 2554 ที่อาเซียนต้องเข้าแทรกแซง…อีกประเด็นหนึ่งก็คือ การท้าทายจากคนเสื้อแดง นับตั้งแต่อภิสิทธิ์ขึ้นตำแหน่งนายก คนเสื้อแดงก็ปฏิเสธมาตลอด เค้าโกรธ เค้าเกลียดอภิสิทธิ์ เพราะรัฐบาลที่เค้าเลือก ถูกกำจัดมาตลอด ตั้งแต่ทักษิณ สมัครและสมชาย จึงเรียกร้องให้อภิสิทธิ์ลงจากตำแหน่งแจะจัดให้มีการเลือกตั้ง แต่อภิสิทธิ์ไม่ยอม สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น ซึ่งมันไปสัมพันธ์กับสุขภาพของภูมิพลที่แย่ลงทุกวัน ในช่วงที่เป็นขาลงของภูมิพล มันคือขาขึ้นของสิริกิติ์ สิริกิติ์ได้ใช้ฐานพลังของตัวเองใน queen’s guard หรือบูรพาพยัคฆ์ เป็นตัวขับเคลื่อนทางการเมือง ซึ่งผู้ที่ดูแลบูรพาพยัคฆ์ก็คือประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่โตมาในสำนักสิริกิติ์….เมื่อคนเสื้อแดงมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ทั้งจากการตั้งเป็นขบวนการภายใต้ นปช และการสนับสนุนจากทักษิณจากต่างประเทศ เลยไปถึงการตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงในอีสานที่มีธงแดงเป็นสัญลักษณ์กำเนิดของเสื้อแดงยิ่งสร้างความตระหนกให้เครือข่ายสถาบันกษัตริย์ ดังนั้นเมื่อมีการรวมตัวประท้วงอภิสิทธิ์ในปี 2553 ทางฝ่ายรัฐบาลและบูรพาพยัคฆ์จึงไม่ลังเลที่จะใช้ความรุนแรงในการสลายชุมนุม ยิงกบาลผู้ประท้วงกลางย่านช้อปปิ้งกรุงเทพ แถมท้ายด้วยการบิดเบือนสถานการณ์โดยการสั่งเผาเซ็นทรัลเวิร์ด เพื่อเป็นข้อกล่าวหาคนเสื้อแดง ที่จะใช้กลบเกลื่อนการสังหารโหด บิดเบือนความสำคัญของการสังหารโหด และการสร้างความชอบธรรมให้การสังคม กลายมาเป็นตราบาปคนเสื้อแดงหลายปี ที่แม้แต่จุฬาภรณ์เองก็เอามาใช้ป้ายสีเสื้อแดงว่าการ “เผาบ้านเผาเมือง” คือต้นตอของการล้มป่วยยิ่งไปอีกของภูมิพล….ถามว่าทำไมรอบนี้ภูมิพลถึงไม่แทรกแซงเพื่อยุติความรุนแรงและความขัดแย้ง ก่อนอื่นขอตั้งข้อสังเกตว่า การเข้าแทรกแซงของภูมิพลในอดีตเพื่อยุติความขัดแย้ง ภูมิพลจะต้องรอให้เกิดการรุนแรงก่อน เพื่อที่จะใช้สร้างภาพของการเป็นผู้เข้ามายุติความรุนแรง (stop the bloodshed) เช่น ในเหตุการณ์เดือนตุลาและเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ แต่รอบนี้ ภูมิพลไม่ออกมาแทรกแซง เป็นเพราะ 1) ป่วยหนัก และสำคัญกว่านั้น 2) สถาบันกษัตริย์สูญเสียภาพลักษณ์ความเป็นกลางไปแล้ว ตั้งแต่ออกมาสนับสนันพันธมิตร ตั้งแต่การที่สิริกิติ์ไปงานศพน้องโบว์ จนเกิดวันตาสว่าง ดังนั้น หากภูมิพลออกมา มีแนวโน้มว่าคนเสื้อแดงจะปฏิเสธภูมิพล ซึ่งจะส่งผลเสียมากกว่าได้ แต่ทั้งนี้ ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การสังหารคนเสื้อแดงนั้น ทางวังมีส่วนรู้เห็นอย่างแน่นอน เพราะความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างกองทัพ บูรพาพยัคฆ์ และสิริกิติ์ อาจกล่าวในว่า ในช่วงเวลานั้น สิริกิติ์คือผู้กุมบังเหียนที่แท้จริง ก่อนที่จะล้มป่วยในปี 2555ในตอนหน้า จะกล่าวถึงบทบาทของสิริกิติ์และประยุทธ์ และการเตรียมพร้อมในการรับมือกับฝ่ายชินวัตร รวมถึงการเตรียมการเปลี่ยนรัชสมัย ที่นำไปสู่การทำรัฐประหารในปี 2557

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น