หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

ราชินีวิกตอเรีย – เบื้องหลังราชวงศ์ที่สมบูรณ์แบบ ตอนจบ

รศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

สงครามสุดท้าย

เมื่อย่างเข้าสู่วัยชรา วิกตอเรียก็ได้สูญเสียลูกชายไปหนึ่งคน ลูกชายที่มีความเหมือนกับอัลเบิร์ตในหลายๆ ด้าน ส่วนลูกชายที่เหลือนั้นก็เข้าสู่วัยกลางคน อาเธอร์เป็นผู้บังคับบัญชากองทัพอังกฤษในบอมเบย์ และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับวิกตอเรีย สำหรับเบอร์ตี้ วิกตอเรียยังมองเขาด้วยความรู้สึกผิดหวัง ส่วนแอฟฟี่นั้นยังคงเป็น “แกะดำ” สำหรับแม่ ใน ค.ศ.1893 แอฟฟี่ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งดยุคแห่งแซ็กส์โคบวร์กของเยอรมนี ซึ่งได้รับสืบทอดมาจากทางครอบครัวของอัลเบิร์ต แอฟฟี่ย้ายเข้าไปอยู่ที่วังโรเซเนา สถานที่ที่อัลเบิร์ตกำเนิดขึ้นเมื่อ 74 ปีก่อนหน้านี้ ทว่านี่ไม่ใช่การ “คืนสู่เหย้า” ที่น่าจะมีความสุข คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดและสะท้อนถึงความผิดหวังในชีวิตของเขา ชีวิตของแอฟฟี่นั้นเต็มไปด้วยความโลดโผน แต่สุดท้ายกลับมาจบลงในเมืองเล็กๆ ที่ไม่มีสำคัญในเยอรมนี ดังนั้นจึงดูเหมือนว่า นี่คือจุดสิ้นสุดของชีวิตแอฟฟี่ ก่อนหน้านี้แอฟฟี่ได้ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดด้วยการเป็นผู้บัญชาการทหารเรือ แต่เมื่อตัดสินใจรับตำแหน่งดยุคแห่งแซ็กส์โคบวร์ก เขาก็ต้องลาออกจากตำแหน่งในกองทัพเรือ

วิกตอเรียและอัลเบิร์ตเคยมีความฝันที่จะเห็นยุโรปบูรณาการเป็นปึกแผ่นเดียวกันบนสันติภาพและความปรองดองโดยมีราชวงศ์อังกฤษเป็นศูนย์กลาง แต่ขณะนี้แอฟฟี่มองตัวเองเป็นเสมือน “ของโบราณ” ที่ตกค้างมาจากความล้าสมัยของระบบกษัตริย์ กลายเป็นเจ้าชายอังกฤษที่ติดอยู่ในเยอรมนีซึ่งเพิ่งผ่านการรวมประเทศมาหมาดๆ ต้องก้มหัวให้กับผู้มีศักดิ์เป็นหลานของตัว กษัตริย์ไคเซอร์ วิลเฮลม รู้สึกหมดอาลัยกับชีวิตเพราะหย่าร้างกับภรรยาและกลายเป็นคนติดสุรา แอฟฟี่เสียชีวิตใน ค.ศ.1900 ด้วยโรคมะเร็ง เมื่ออายุ 55 ปี

หกเดือนหลังจากนั้น ครอบครัวทั้งหมดได้มาพบกันพร้อมหน้าที่บ้านออสบอร์นเพื่อดูใจแม่เป็นครั้งสุดท้าย ในบรรดาลูกทั้ง 9 คน 3 คนได้เสียชีวิตไปแล้ว (วิกกี้เสียชีวิตในกรุงเบอร์ลินจากโรคมะเร็งเช่นกัน) สำหรับลูกๆ ชีวิตคือการต่อสู้เพื่อให้ตนเองอยู่รอดจากความโหดร้ายของผู้เป็นแม่ ไม่เป็นที่น่าสงสัยเลยว่า วิกตอเรียรักลูกๆ ของเธอหรือไม่หรือไม่ เพราะเชื่อว่าลึกๆ แล้วคงมีความรักให้ต่อกัน เพียงแต่น่าสงสัยว่า ความรักนี้อยู่ในรูปแบบใด มีหลายครั้งที่ลูกทั้ง 9 คนมีเหตุผลที่จะเชื่อว่า ความรักของวิกตอเรียเป็นเรื่องของความเห็นแก่ตัว แต่ในที่สุด ลูกทุกคนก็ผ่านพ้นมาและภาคภูมิใจในตัวเองที่สามารถเอาชนะอุปสรรคทางด้านอารมณ์ได้ แม้จะถูกตราหน้าว่าเป็นราชนิกุลผู้ไร้ความสมบูรณ์แบบเมื่อเทียบกับผู้เป็นพ่อ จนเมื่อวิกตอเรียได้เสียชีวิตลง ลูกที่เหลือจึงเริ่มใช้ชีวิตของตนเอง

ไม่มีใครต้องเผชิญกับความผิดหวังของแม่มากเท่ากับเบอร์ตี้ ก่อนวิกตอเรียเสียชีวิต เธอได้ขอร้องให้เบอร์ตี้จูบลาเธอ น้ำตาเบอร์ตี้พลันไหลออกจากสองตา นับว่าเป็นการคืนดีกันในที่สุด วิกตอเรียเสียชีวิตในวันถัดมา วันที่ 22 มกราคม ค.ศ. 1901 และได้มีการจัดงานศพโดยวางร่างของเธออยู่ใต้รูปภาพของอัลเบิร์ตผู้ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 40 ปีก่อนหน้า มีการจัดงานศพของวิกตอเรียอย่างมโหฬาร คู่ควรกับราชินีผู้ปกครองจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เปรียบเสมือนเป็น “คุณย่า” แห่งยุโรป กษัตริย์จากยุโรปอีกห้าประเทศและเจ้าชายระดับสูงอีกเจ็ดคนเดินนำร่างไร้วิญญาณของวิกตอเรียไปสู่หลุมฝัง ราชนิกุลเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับวิกตอเรียทางสายเลือด แต่หลังจากนั้นอีกเพียง 14 ปี คนเหล่านี้ต่างประกาศสงครามต่อกัน เครือข่ายครอบครัวที่เกิดจากวิกตอเรียซึ่งเคยยึดโยงทวีปยุโรปเอาไว้ กลับนำยุโรปไปสู่สงครามและการปฏิวัติ และในบรรดาราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรป มีเพียงแต่ราชวงศ์อังกฤษเท่านั้นที่อยู่รอดจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมาได้ และส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากลูกชายของวิกตอเรีย — เบอร์ตี้ — ผู้ก้าวขึ้นเป็นกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 7 ซึ่งครองราชย์อยู่เพียง 9 ปี แต่ปกครองด้วยไหวพริบ เสน่ห์ และวิธีทางการทูต

เรื่องราวของเบอร์ตี้นั้นน่าสนใจ หลังจากขึ้นครองราชย์แล้ว เบอร์ตี้ได้กลายเป็นกษัตริย์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงแม้ว่าจะอยู่ในอำนาจไม่นานนัก เป็นกษัตริย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง ทั้งวิกตอเรียและอัลเบิร์ตเคยเชื่อว่า กษัตริย์ต้องปกครองด้วยศีลธรรม แต่ศีลธรรมไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ในหมู่เจ้าชายที่มีความแตกต่างกันอย่างมาก เบอร์ตี้ได้ชี้ให้เห็นถึงทางเลือกอื่น ทางเลือกที่กษัตริย์พร้อมจะยึดติดกับความรื่นเริง การให้ลำดับความสำคัญกับชีวิตประชาชนมากกว่าความเป็นไปภายในรั้วราชวัง และในอีกหนึ่งศตวรรษต่อจากนั้นจนถึงยุคปัจจุบัน วิสัยทัศน์ของเบอร์ตี้ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ทางเลือกแบบของเขาต่างหากที่ชี้นำสถาบันกษัตริย์ให้อยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้
_
****ในรูปคืองานศพของวิกตอเรีย

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น