หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

ราชินีวิกตอเรีย – เบื้องหลังราชวงศ์ที่สมบูรณ์แบบ ตอนที่ 18

รศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์อัศวินเสเพลลูกชายคนโตทั้งสองคนทำให้วิกตอเรียผิดหวัง แทนที่จะเป็นอัศวินโต๊ะกลม กลับตกหลุมพรางสิ่งยั่วยวนที่เข้ามาในชีวิตของการเป็นราชนิกุล เหตุการณ์นี้ทำให้วิกตอเรียหันไปฝากความหวังไว้กับลูกชายคนที่สาม — อาเธอร์ ซึ่งอ่อนกว่าเบอร์ตี้ 9 ปี และเป็นลูกชายคนโปรดของวิกตอเรีย ดังที่ปรากฏอย่างชัดเจนในจดหมายที่เธอเขียนถึงสามีก่อนเสียชีวิต “ลูกคนนี้เป็นที่รักของฉัน รักมากกว่าลูกคนไหนๆ รองจากเธอแล้ว เขาเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในโลกสำหรับฉัน” แม้อาเธอร์จะทำผิดก็ได้รับความปรานีจากแม่ ในขณะที่ลูกคนอื่นต้องพบกับการปฏิบัติที่เย็นชา ตั้งแต่เด็ก อาเธอร์แสดงความสนใจในอาชีพทหาร เคยสร้างป้อมปราการของเด็กเล่นระหว่างพักผ่อนวันหยุดที่บ้านออสบอร์น สุดท้ายอาเธอร์อาจเป็นความหวังเดียวที่จะสามารถแสดงความเป็นผู้นำเยี่ยงชายชาติชาตรีดังที่อัลเบิร์ตวาดความหวังไว้ แต่ในความเป็นจริงพฤติกรรมในห้องเรียนของอาเธอร์ไม่ได้ต่างไปจากพี่น้องคนอื่นมากนัก อาจารย์ที่สอนอาเธอร์เขียนจดหมายถึงวิกตอเรีย รายงานว่า “อาเธอร์ไม่เคยทำตามสิ่งที่อาจารย์พร่ำสอนแม้แต่อย่างเดียว” แต่วิกตอเรียยังยึดมั่นกับทัศนะที่ว่า อาเธอร์เป็นลูกคนพิเศษ และมองว่า การขัดขืนอาจารย์ในชั้นเรียนนั้นเป็นเพียงเพราะอาเธอร์ยังไร้เดียงสา และได้เขียนจดหมายตอบไปว่า “อาเธอร์เป็นมิตรและมีความรักให้กับทุกคน ฉันกลัวว่าความบริสุทธิ์นี้จะถูกปัจจัยภายนอกทำให้ขุ่นมัว” ตลอดวัยหนุ่มของอาเธอร์ วิกตอเรียมุ่งหวังที่จะแยกเขาออกจากพี่ชายผู้ขาดความรับผิดชอบสำหรับลูกชายคนเล็ก — ลีโอโปล เขาอายุห่างจากเบอร์ตี้มากถึง 12 ปี อาจกล่าวได้ว่า ลีโอโปลเป็นลูกชายที่ฉลาดที่สุด มีความอยากรู้อยากเห็นในเชิงวิชาการอย่างมาก ซึ่งวิกตอเรียมองเห็นในจุดนี้ เธอกล่าวว่า “ทั้งจิตใจและสมอง ลีโอโปลเหมือนอัลเบิร์ตมากที่สุด” แต่ลีโอโปลกลับไม่ใช่ลูกคนโปรดของวิกตอเรีย ดังเช่นในกรณีของเบอร์ตี้ รูปลักษณ์ภายนอกกลับกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญต่อการยอมรับของแม่ ลีโอโปลเป็นเด็กหน้าตาธรรมดา หรือออกจะดูจืดๆ ด้วยซ้ำ ฉลาดแต่ออกจะพิลึก และไม่ค่อยพูดจากับใคร นับเป็นเด็กที่อัปลักษณ์ที่สุดในครอบครัว หากได้มีโอกาสมองย้อนถึงจดหมายของวิกตอเรียที่เขียนบรรยายถึงลีโอโปลจะพบว่า ในหลายข้อความ วิกตอเรียสนใจแต่เรื่องรูปโฉมของลูกเท่านั้นโชคร้ายที่ลีโอโปลมีโรคประจำตัวคือโรคเลือดไม่แข็งตัว ซึ่งเป็นโรคอันตรายที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ โรคนี้ส่งผ่านทางพันธุกรรมและลีโอโปลได้รับมาจากวิกตอเรีย แต่อาการไม่ปรากฏกับทุกคน และไม่ปรากฏในกรณีของวิกตอเรีย การส่งผ่านนี้มีส่วนส่งผลกระทบต่อสายเลือดราชวงศ์ในยุโรปที่เข้ามาเกี่ยวดองกับตระกูลวินเซอร์ของอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนี สเปน และรัสเซีย ลีโอโปลได้รับการวินิฉัยว่าเป็นโรคนี้เมื่ออายุเพียง 6 ขวบ วิกตอเรียลงโทษทั้งตัวเองและลีโอโปลสำหรับการต้องทนทุกข์ต่อโรคร้าย ขณะเดียวกันวิกตอเรียก็ใช้ประโยชน์จากลีโอโปลในการร้องขอความเห็นใจจากสาธารณชนของอังกฤษจากการมีเจ้าชายที่ป่วยกระเสาะกระแสะ เปรียบเทียบลีโอโปลว่าเป็นเสมือนเด็กน้อยในนิยายของชาร์ลส์ ดิกเกนส์ เรื่อง ดอมบี้และลูกที่อ่อนหวานและเป็นเหมือนเทวดาตัวน้อยๆ ที่สวรรค์ส่งมา แต่ก็อาจเสียชีวิตเมื่อใดก็ได้เพราะปัญหาสุขภาพ การวาดภาพเช่นนี้ถือเป็นการหลอกลวงประชาชนอย่างรุนแรง เพราะในความเป็นจริง ลีโอโปลไม่ได้เป็นเด็กอ่อนแอเลย เขาเป็นคนกระฉับกระเฉงและมุ่งมั่นที่จะเอาชนะความเจ็บป่วยนี้ เมื่ออัลเบิร์ตเสียชีวิต ลีโอโปลอยู่ระหว่างการรักษาตัวในต่างประเทศ วิกตอเรียเขียนจดหมายถึงลูกว่า “ฉันเศร้าเสียใจเป็นที่สุดกับการจากไปของพ่อเธอ” และขอร้องให้ลีโอโปลเดินทางกลับอังกฤษ จากนั้นวิกตอเรียได้กำชับบ่าวไพร่ให้บอกลีโอโปลให้เข้าใจว่า การเดินทางกลับบ้านในครั้งนี้จะเป็นการเดินทางที่เศร้าสลด เขาจะกลับมายังบ้านซึ่งยังอยู่ในระหว่างการไว้อาลัย และแม่ที่กำลังโศกเศร้าไม่อาจทนฟังเสียงเอะอะอึกทึกหรืออะไรก็ตามได้ทั้งสิ้น แม้จะมีอายุไม่ครบ 9 ปีดีนัก แต่ผนังกำลังขยับล้อมเข้ามาทุกด้าน แล้วในไม่ช้า บ้านก็กลายเป็นสถานที่จองจำในช่วงเวลาเดียวกัน วิกตอเรียยังงัดข้ออยู่กับเบอร์ตี้เรื่องการใช้ชีวิตเสเพลของเขา นับวันเบอร์ตี้ก็ยิ่งเดินออกห่างจากแผนการสร้างครอบครัวสมบูรณ์แบบ ยังคงเที่ยวเตร่และหาความสำราญอยู่เนืองๆ ซึ่งเบอร์ตี้มองว่าเป็นเรื่องปกติ มองว่าวิกตอเรียขาดอารมณ์ขันและขาดความสมดุลในการมองสิ่งรอบตัว สำหรับวิกตอเรีย วิธีเดียวที่อาจดึงเบอร์ตี้กลับมาสู่หนทางที่ถูกตามครรลองก็คือการแต่งงาน แต่ก่อนอื่น วิกตอเรียส่งเบอร์ตี้ไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ (Holy Land) ในอิสราเอลเพื่อให้ห่างไกลจากกิเลสตัณหา โดยมีบาทหลวงสูงอายุเดินทางไปด้วยเพื่อให้แน่ใจว่า ระหว่างการเดินทางผ่านปารีส เวียนนา จนไปถึงเยรูซาเล็ม เบอร์ตี้จะไม่แวะหลับนอนกับโสเภณีคนใด ในระหว่างที่เบอร์ตี้เดินทางแวะชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในตะวันออกกลาง วิกตอเรียก็เดินหน้าเรื่องงานแต่งงานที่จะจัดให้มีขึ้นกับเจ้าหญิงอเล็กซานดราแห่งเดนมาร์ก หรือรู้จักกันในชื่อว่า “อเล็ก” เจ้าสาวในอนาคตผู้นี้มีลักษณะหลายอย่างคล้ายกับเบอร์ตี้ เช่น ไม่ได้เป็นราชนิกุลที่มีการศึกษาสูง แต่เป็นคนสวยและมีมารยาทงาม วิกตอเรียเชื่อว่าการมีเจ้าสาวที่ไม่ฉลาดนักอาจเหมาะสมกับเบอร์ตี้ก็เป็นได้ ซึ่งเบอร์ตี้ก็เห็นชอบด้วยกับตัวเลือกเจ้าสาวในอนาคตนี้ และไม่รู้สึกอึดอัดใจกับการบังคับให้แต่งงานกับหญิงที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น