รศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์เมื่ออัลเบิร์ตเสียชีวิต วิกตอเรียกลายเป็นแม่หม้ายที่มีอายุเพียง 42 ปี หลังจากนั้นเธอต้องเผชิญโลกโดยลำพัง รวมถึงต้องเผชิญกับเบอร์ตี้และลูกชายอีกสามคน ได้แก่ อัลเฟรด หรือมีชื่อเล่นว่าแอฟฟี่ อายุ 17 ปี อาเธอร์ อายุ 11 ปี และลูกชายคนเล็ก ลีโอโปล อายุเพียง 8 ปี และเมื่อพวกเขาก้าวเข้าสู่ผู้ใหญ่ วิกตอเรียก็เริ่มกังวลใจมากขึ้นเพราะรู้ดีว่า เธอไม่อาจควบคุมลูกชายเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ได้ ทั้งไม่ใช่เพียงเรื่องของการควบคุมไม่ได้เท่านั้น แต่วิกตอเรียไม่มีความรู้และความเข้าใจเรื่องเพศของวัยรุ่น เธอจึงต้องพึ่งอัลเบิร์ต แต่อัลเบิร์ตก็มาเสียชีวิตไปเสียก่อน ตลอดเวลา วิกตอเรียโทษเบอร์ตี้ว่าเป็นต้นเหตุทำให้อัลเบิร์ตเสียชีวิต โดยเฉพาะเรื่องที่เบอร์ตี้มีเพศสัมพันธ์กับเนลลี่ ถือเป็นเรื่องที่ทำให้ “พ่อผิดหวัง” และในที่สุดก็ตรอมใจตายวิกตอเรียเคยเขียนจดหมายระบายซึ่งสะท้อนถึงความเจ็บปวดของเธอ “ฉันไม่อาจมองดูหน้าเบอร์ตี้ได้อีก ใบหน้าของเขาอาจฆ่าฉันได้” ซึ่งไม่ได้สื่อเพียงว่าเธอไม่อาจทนมองเห็นเขาได้เท่านั้น แต่ยังเตรียมใจที่จะไม่มองเขาอีกเลยตลอดชีวิตด้วย หากมองย้อนกลับไปจะพบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างวิกตอเรียและเบอร์ตี้เป็นความสัมพันธ์ที่เลวร้ายตั้งแต่ต้น ในวัยเด็กเบอร์ตี้ไม่ใช่ “ลูกในฝัน” ของพ่อและแม่ เบอร์ตี้เป็นคนอารมณ์แปรปรวนซึ่งต่างจากอัลเบิร์ตโดยสิ้นเชิงและเป็นสิ่งที่วิกตอเรียไม่อาจอภัยให้ได้ แม้แต่เรื่องรูปลักษณ์ภายนอก วิกตอเรียชังรูปร่างหน้าตาของเบอร์ตี้ ติว่าเขามีศีรษะเล็ก คางมน แม้แต่เสียงของเขายังทำให้วิกตอเรียรำคาญ เกือบจะทำให้เธอเป็นโรคประสาท ดังนั้นการปรับโฉมใหม่ของเบอร์ตี้จึงเป็นงานที่หนักหนา การปั้นให้เบอร์ตี้เป็นเจ้าชายที่เพียบพร้อมเริ่มจากการส่งเขาเข้าสู่ระบบการศึกษาที่เคร่งครัด เคร่งครัดจนกระทั่งดูจะมากเกินไป และความผิดหวังของพ่อแม่ก็กดดันเขาอย่างหนัก เบอร์ตี้เองไม่เคยคิดอย่างจริงจังว่า วันหนึ่งในอนาคตตนจะก้าวขึ้นเป็นกษัตริย์ของอังกฤษ เพราะเชื่อเสมอว่าวิกกี้ที่เฉลียวฉลาดกว่าตนจะได้ขึ้นครองราชย์เป็นราชินีต่อจากวิกตอเรีย กระบวนการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ทำให้เบอร์ตี้สูญเสียชีวิตเด็กซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเสียใจอย่างยิ่งเมื่อเติบใหญ่กรณีที่เกิดขึ้นระหว่างอัลเบิร์ตและเนลลี่ไม่ได้เป็นแค่เรื่องน่าผิดหวัง แต่เป็นเรื่องน่ารังเกียจมากสำหรับวิกตอเรีย ความหวังว่าลูกจะเดินตามรอยพ่อจนถึงขนาดที่วิกตอเรียตั้งชื่อลูกด้วยชื่อเดียวกับสามี กลายเป็นเรื่องชวนหัวที่โหดร้ายเมื่อเธอต้องสูญเสียอัลเบิร์ตผู้เป็นสามี และยังต้องเผชิญกับความอัปยศที่เกิดขึ้นด้วยน้ำมือของเบอร์ตี้ ทำให้โลกของวิกตอเรียมืดมิดไปทุกด้าน ในที่สุดเธอถูกบังคับให้ยอมรับความจริงว่า เบอร์ตี้จะไม่มีวันเป็นได้อย่างพ่อเขา หากจะวิเคราะห์ให้ลึกซึ้ง แท้จริงแล้วเบอร์ตี้กลับได้แบบอย่างจากวิกตอเรีย เพราะวิกตอเรียเป็น “ฮาโนเวอเรียน” (ผู้มาจากตระกูลฮาโนเวอร์) และเธอเองก็ชอบเซ็กซ์ มีอารมณ์หงุดหงิดง่าย เบอร์ตี้เลียนแบบวิกตอเรียเกือบทุกด้าน แต่ได้เพิ่มความสุดโต่งเข้าไปอีก สำหรับวิกตอเรีย การมีเพศสัมพันธ์นอกชีวิตสมรสถือเป็นภัยต่อราชวงศ์ ทุกครั้งที่เขียนจดหมายถึงเบอร์ตี้จึงเป็นการประนามเรื่องนี้เสียเป็นหลักขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ของวิกตอเรียกับลูกชายคนที่สอง — อัลเฟรด — มีความซับซ้อนน้อยกว่าในระยะเริ่มแรก แอฟฟี่อายุน้อยกว่าเบอร์ตี้ 2 ปีครึ่ง และได้กลายมาเป็นลูกคนโปรดของอัลเบิร์ต แอฟฟี่มีพรสวรรค์เรื่องกลไกต่างๆ ฉลาดกว่าเบอร์ตี้มาก และดูจะเป็นความหวังให้พ่อแม่ได้ ตั้งแต่วัยเยาว์ แอฟฟี่ก็แสดงความสนใจในกองทัพเรือ ทันใดนั้น ภาพของเจ้าชายผู้บังคับการในกองทัพเรืออาจสามารถเรียกความสนใจและความรักจากสาธารณชนได้ เป็นอาชีพที่แสดงถึงความเป็นชาตินิยมได้อย่างดี ในช่วงแรกเบอร์ตี้และแอฟฟี่ได้รับการศึกษาร่วมกัน แต่ในที่สุดทั้งคู่ก็ถูกจับแยกเมื่อถูกจับได้ว่าแอบสูบบุหรี่ ขณะนั้นเบอร์ตี้อายุเพียง 14 ปีและแอฟฟี่อายุ 11 ปีเท่านั้น วิกตอเรียและอัลเบิร์ตเกรงว่าแอฟฟี่จะได้รับอิทธิพลในทางลบจากพี่ชาย จึงจับพี่น้องคู่นี้แยกชั้นเรียนตลอดสามปีต่อมา แอฟฟี่เรียนหนังสือแบบตัวต่อตัวกับอาจารย์และต้องพักอาศัยอยู่กับอาจารย์ ขณะที่เบอร์ตี้ได้รับการศึกษาอยู่ในรั้ววังต่อไป เขาต้องการทำให้กับพ่อแม่ความประทับใจจึงหัดเล่นไวโอลินด้วยตนเองแม้จะไม่มีพรสวรรค์ทางด้านดนตรี ต่อมาเมื่ออายุย่าง 14 ปี แอฟฟี่ได้สมัครเข้ารับราชการในกองทัพเรือ สามปีหลังจากนั้นและอยู่ในระหว่างที่แอฟฟี่ออกทะเล อัลเบิร์ตก็เสียชีวิตลง เราอาจเข้าใจได้ถึงความเหงาของเด็กวัย 17 ปีที่กำลังรับใช้ชาติอยู่ในที่ที่ห่างไกลครอบครัว และไม่สามารถกล่าวลาพ่อเป็นครั้งสุดท้ายได้ ในฤดูใบไม้ผลิ ค.ศ.1862 แอฟฟี่เดินทางกลับอังกฤษเพื่อร่วมไว้อาลัยอัลเบิร์ต การสูญเสียพ่อเป็นเรื่องที่ทำให้เศร้าใจอย่างยิ่ง แต่การที่วิกตอเรียฟูมฟายและไม่สามารถสื่อสารกับลูกๆ ได้ในช่วงเวลายากลำบากนี้ ยิ่งทำให้แอฟฟี่เป็นทุกข์มากขึ้น แอฟฟี่ไม่ได้สูญเสียผู้ปกครองเพียงคนดียว แต่เสียไปถึงสองคนแอฟฟี่หวนคืนสู่ท้องทะเลอีกครั้ง แต่ไม่กี่เดือนหลังจากนั้นวิกตอเรียก็ได้ข่าวว่า แอฟฟี่มีเพศสัมพันธ์กับหญิงคนหนึ่งที่มอลตา และดังที่คาดการณ์ได้ วิกตอเรียโกรธและกล่าวประนามการกระทำของแอฟฟี่ มองว่าเป็นเรื่องที่นำความเสื่อมเสียมาสู่วงศ์ตระกูล เพราะ“ทหารเรืออาจเล่นสนุกได้ แต่เจ้าชายทำเช่นนั้นไม่ได้” เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับเบอร์ตี้ พฤติกรรมของแอฟฟี่อาจนำมาซึ่งรอยด่างพร้อยแก่ราชวงศ์ แอฟฟี่จึงต้องประสบชะตากรรมเดียวกันกับเบอร์ตี้ จากจุดนั้น วิกตอเรียขาดความไว้เนื้อเชื่อใจต่อแอฟฟี่โดยสิ้นเชิง กระทั่งในบางครั้งเธอถึงขนาดปฏิเสธที่จะพบแอฟฟี่ด้วยซ้ำ บอกว่า “ไม่สามารถอยู่ร่วมห้องเดียวกับแอฟฟี่ได้” วิกตอเรียไม่ยอมยกโทษให้ลูก นำไปสู่การแตกหักของความสัมพันธ์ที่ยากจะเยียวยา***ในรูปคือเจ้าชายอัลเฟรด
