หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

ราชินีวิกตอเรีย – เบื้องหลังราชวงศ์ที่สมบูรณ์แบบ ตอนที่ 16

รศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์บทที่ 3: เจ้าชายกับ “ความเป็นเจ้าชาย”วิกตอเรียและอัลเบิร์ตมีความฝันร่วมกันในการสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันกษัตริย์ ความฝันที่ต้องฝากฝังไว้กับความสำเร็จของลูกชายทั้งสี่คน ในความฝันนี้ เจ้าชายต้องประพฤติตนเป็นเจ้าชาย ทำตนให้เหมาะสมกับฐานะและตำแหน่ง เจ้าชายที่ดีเลิศกว่าใครๆ ลูกทั้งสี่คนได้แก่ เบอร์ตี้ แอฟฟี่ อาเธอร์ และลีโอโปล จะต้องเป็นผู้รักษามาตรฐานความดีงามนี้ และช่วยกันสร้างสถาบันกษัตริย์ที่ตั้งอยู่บนศีลธรรม หากนั่นคือความฝัน ในความเป็นจริงเจ้าชายมักจะประพฤติตัวตรงข้าม เ บอร์ตี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของการเป็นเจ้าชายแบบเก่าที่มีทัศนคติแบบชนชั้นสูงต่อเรื่องเพศ นั่นคือ การมีเพศสัมพันธ์ให้มากที่สุด กับใครก็ได้ แอฟฟี่ก็ไม่ต่างไปจากเบอร์ตี้นัก ไม่ค่อยฉลาด และมีเพศสัมพันธ์กับหลายๆ คนในเวลาเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างวิกตอเรียกับลูกชายอาจเปรียบได้กับละครฉากใหญ่ที่เต็มไปด้วยเรื่องเซ็กซ์และการแข็งขืน เป็นการต่อสู้ของราชินีผู้มุ่งมั่นที่จะเอาชนะ วิกตอเรียจ้องแต่จะควบคุมทุกย่างก้าวของพวกเขา ทำตัวประหนึ่งเป็นเผด็จการในบ้าน ทุกๆ ตารางนิ้วของเสรีภาพที่ถูกยึดไปคืออีกหนึ่งตารางนิ้วที่กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด ทุกสิ่งทุกอย่างถูกนำไปรายงานให้วิกตอเรียทราบ และวิกตอเรียก็ทำให้ลูกชายรับรู้ว่า พวกเขาอาจจะงัดข้อกับแม่ได้ แต่ไม่อาจทำได้เช่นเดียวกันได้กับราชินีของประเทศ การต่อสู้กับแม่เผด็จการนี้ได้สร้างบาดแผลทางจิตใจให้กับลูกชายในวัยเติบใหญ่ แต่ในทางกลับกัน กลับส่งผลดีต่อสถาบันกษัตริย์ในลักษณะที่วิกตอเรียเองไม่เคยคาดหวังมาก่อน25 พฤศจิกายน ค.ศ.1861 อัลเบิร์ตรีบเดินทางไปเคมบริดจ์เพื่อพบกับลูกชายคนโต — เบอร์ตี้ ด้วยใจระส่ำระส่าย เบอร์ตี้ผู้นี้ในภายหลังได้สืบสันตติวงศ์ต่อจากวิกตอเรียและได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 7 แต่ในขณะนั้น มกุฎราชกุมารของอังกฤษซึ่งมีอายุเพียง 20 ปีและกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้เล่นสนุกกับสิ่งหนึ่งที่บิดามารดาของเขามองว่าเป็นการทำบาปหนัก นั่นคือ การมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงคนหนึ่งในระหว่างพำนักอยู่ที่ค่ายทหาร ณ ประเทศไอร์แลนด์ อันที่จริงแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเบอร์ตี้กับหญิงชาวไอริชนามว่า เนลลี่ คลิฟเดน หญิงนักแสดงผู้รักสนุก น่าจะเป็นเรื่องปกติสำหรับชายหนุ่มทุกคน ในยุคนั้น แม้แต่ชายสูงศักดิ์ก็มักจะร่วมหลับนอนกับโสเภณีหรือไปสถานบริการทางเพศบ่อยๆ แต่ปฏิกิริยาตอบสนองจากอัลเบิร์ตนั้นเรียกได้ว่า โกรธเกรี้ยวเป็นที่สุด อัลเบิร์ตเชื่อในเรื่อง “พลังของเพศ” ในแง่ของการนำมาซึ่งเรื่องอื้อฉาวและความสูญเสียต่อราชวงศ์อังกฤษ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงทำให้อัลเบิร์ตทั้งเสียใจและผิดหวังเป็นอย่างมาก อย่าลืมว่าทั้งอัลเบิร์ตและวิกตอเรียต่างลงมือลงแรงในโครงการสร้างภาพลักษณ์ของสถาบันกษัตริย์ เพื่อให้เป็นแบบอย่างแก่ประชาชนธรรมดาทั่วไปที่จะสามารถมองไปยังผู้นำประเทศของตนได้ด้วยความภาคภูมิใจ และหัวใจของโครงการนี้อยู่ที่การสร้างมายาคติเกี่ยวกับราชวงศ์อังกฤษให้เป็นประหนึ่งว่ายุคสมัยแห่งกษัตริย์คาเมลอตได้เกิดขึ้นอีกครั้งในวังวินเซอร์ภาพวาดที่ประทับใจวิกตอเรียที่สุดคือภาพอัลเบิร์ตสวมชุดขุนศึกแบบยุคกลางของอังกฤษ เธอเปรียบสามีของตนว่าเป็นอัศวินจากยุคกลาง หรือกระทั่งเป็นดั่งกษัตริย์อาเธอร์ในอดีต เธอจึงคาดหวังว่าจะส่งผ่านภาพอันงดงามนี้ไปยังลูกชาย เป้าหมายอยู่ที่การลบล้างความทรงจำในทางลบเกี่ยวกับตระกูลฮาโนเวอร์ซึ่งปกครองอังกฤษก่อนหน้ายุคของวิกตอเรีย และพยายามแยกสถาบันกษัตริย์ออกจากชีวิตราษฎร ในยุคใหม่ของวิกตอเรีย ลูกชายทุกคนต้องปฏิบัติตนเฉกเช่นอัศวินผู้ยึดมั่นในคุณธรรมและปฏิเสธการสำส่อนทางเพศ โดยยึดเอาแบบอย่างจากความสมบูรณ์แบบของอัลเบิร์ต แต่เบอร์ตี้ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง เมื่อพ่อและลูกเดินสนทนากันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางสายฝนฤดูหนาวที่เคมบริดจ์ ทำให้อัลเบิร์ตเป็นไข้หวัดเมื่อเดินทางกลับถึงวินเซอร์และเสียชีวิตในอีก 3 สัปดาห์ถัดมา จากนั้นโลกของวิกตอเรียก็กลายเป็นโลกแห่งความทุกข์ อัลเบิร์ตคือโลกของวิกตอเรีย เขาจัดการ ทำธุระ ดูแลทุกๆ มิติของชีวิตวิกตอเรียและของครอบครัว วิกตอเรียเคยกล่าวว่า “การสูญเสียอัลเบิร์ตเหมือนถูกถลกหนังออกจากกระดูก ช่างโหดร้ายและเจ็บปวดเหลือคณา”*****ในภาพคือ มกุฎราชกุมารเบอร์ตี้

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น