รศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ก่อนอัลเบิร์ตเสียชีวิต ได้มีการวางแผนการแต่งงานระหว่างอลิซกับเจ้าชายเยอรมัน นามว่า หลุยส์แห่งเฮสเซ เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเยอรมันกับอังกฤษให้แน่นแฟ้นขึ้นอีก แม้วิกตอเรียจะไม่ต้องการเสียลูกสาวไปอีกหนึ่งคน แต่ก็ไม่อาจฝืนความปรารถนาของสามีที่ตายจากไปได้ หกเดือนหลังจากอัลเบิร์ตเสียชีวิต งานสมรสก็มีขึ้นแต่เป็นงานสมรสที่เรียบง่าย มีพิธีเล็กๆ จัดขึ้น ณ บ้านออสบอร์น สำหรับวิกตอเรียที่ยังทกุข์ตรม ความสุขของลูกสาวที่จะได้แต่งงานไม่ใช่สาเหตุของการเฉลิมฉลองใดๆ ทั้งสิ้น งานแต่งงานของอลิซจึงเป็นเหมือนงานศพ วิกตอเรียกล่าวว่า “ฉันปวดใจที่ได้ยินว่า อลิซมีความสุขที่ได้แต่งงานกับหลุยส์ ฉันไม่ขอแสดงความยินดีกับเธอ โดยเฉพาะกับความสุขที่เธอจะมีกับครอบครัวใหม่ กับสามีที่เธอรัก ฉันได้แต่นั่งเสียใจกับตัวเอง เพราะฉันไม่มีสามีที่ฉันรักอยู่เคียงข้างอีกต่อไป” ในงานแต่งงาน อลิซได้รับอนุญาตให้ “ออกทุกข์” เพียงหนึ่งวันและสามารถใส่ชุดวิวาห์สีขาวได้ วิกตอเรียยังพูดทำนองนี้กับลูกสาวคนอื่นๆ เมื่อต่างตัดสินใจแต่งงานในเวลาต่อมาการแต่งงานนี้ทำให้อลิซหลุดพ้นออกจากบ่วงความเศร้าโศกของมารดา ชีวิตใหม่ของอลิซคือการได้เป็นเจ้าหญิงในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งของเยอรมนี และเดินรอยตามวิกกี้ผู้สมรสกับมกุฎราชกุมารแห่งปรัสเซียเมื่อสามปีก่อนหน้า แต่การดำรงตำแหน่งเจ้าหญิงในศตวรรษที่ 19 ไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์ วิกกี้ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ระแวงสงสัยบุคคลรอบข้าง มีชีวิตที่ไม่สามารถเติมเต็มได้ การออกเรือนไปอยู่เยอรมนีคือการตกอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมซึ่งแตกต่างไปจากความคุ้นเคยอย่างมาก ภายใต้เงื่อนไขนี้ วิกกี้มักจะเขียนจดหมายมาปรับทุกข์กับวิกตอเรียอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็มักได้รับจดหมายตอบกลับที่ยิ่งทำให้วิกกี้หดหู่มากขึ้น เช่น เมื่อวิกตอเรียได้ข่าวว่าวิกกี้กำลังตั้งครรภ์ลูกคนแรก เธอเขียนจดหมายถึงวิกกี้ว่า “ข่าวเธอตั้งครรภ์ช่างเป็นข่าวเลวร้ายที่สุด ทำให้ฉันสลดใจอย่างยิ่ง” วิกกี้ตอบว่า “แต่แม่ก็รู้ไม่ใช่หรือคะว่าฉันรักเด็ก การให้กำเนิดถือเป็นการให้ชีวิตอีกหนึ่งชีวิตขึ้นลืมตาดูโลก” วิกกี้อาจอยู่ห่างจากวิกตอเรียถึง 700 ไมล์ แต่ก็ไม่สามารถหลบหนีการทารุณกรรมทางคำพูดจากวิกตอเรียได้ แม่ลูกคู่นี้เขียนจดหมายติดต่อกันมากถึง 8,000 ฉบับ สะท้อนทั้งความรัก ความชัง และความเห็นแก่ตัวจากฝ่ายแม่วิกตอเรียนับได้ว่าเป็น “เจ้า” แห่งการเขียนจดหมายในศตวรรษที่ 19 ผ่านจดหมายเหล่านี้ เธอได้ปลดปล่อยความรู้สึกผ่านตัวอักษรซึ่งมักสะท้อนถึงความกังวลใจของเธอในเรื่องต่างๆ อาทิ เมื่อวิกตอเรียเขียนถึงลูกหลายๆ คนในโอกาสต่างๆ กัน จะปรากฏประโยคเหล่านี้ “คำตอบของเธอที่ส่งมาทางโทรเลขเมื่อวาน แม่อ่านแล้ว แต่ไม่รู้สึกประทับใจ ตกลงเธอจะบอกแม่ได้ไหมว่าเธอเป็นหวัดหรือมีไข้กันแน่” “การที่ฉันไม่รู้อาการที่แท้จริงของเธอมันทำให้ฉันเสียสติรู้ไหม” “แม่หวังว่าเธอคงไม่อ้วนขึ้น อย่ากินของแสลง อย่าดื่มสุรามาก เพราะจะทำให้อ้วน” จดหมายเหล่านี้กลายเป็นเครื่องมือของวิกตอเรียในการควบคุมพฤติกรรมของลูกแม้จะอยู่ห่างกันหลายร้อยไมล์ก็ตาม ไม่เพียงวิกตอเรียจะเป็นเผด็จการต่อลูกๆ แต่ยังเป็นแม่ที่ขาดความเห็นอกเห็นใจ เมื่อครั้งที่วิกกี้ตั้งครรภ์และพลาดตกลงจากบันได ทำให้เจ็บปวดที่ข้อเท้าอย่างมาก วิกตอเรียเขียนจดหมายไปหาวิกกี้ว่า “ฉันว่าเธอกำลังทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ เหมือนที่เธอชอบทำมาตลอด คนอื่นที่ไม่รู้ว่าเธอเสแสร้งก็จะคิดว่าเธอป่วยจริงๆ ซึ่งเธอไม่ได้ป่วยจริง” วิกกี้มักจะเกรงกลัวแม่และมักอ้อนวอนขอให้วิกตอเรียยกโทษให้ “แม่คะ อย่าโกรธลูกเลย แค่คิดว่าความเจ็บป่วยของฉันทำให้แม่ลำบากใจก็เป็นเรื่องที่แย่พอดูแล้ว”มีอยู่ประเด็นหนึ่งที่ทำให้วิกตอเรียต้องผิดใจกับวิกกี้และอลิซอย่างมากก็คือการให้นมลูก วิกตอเรียเกลียดเด็กทารกและปฏิเสธที่จะให้นมลูกจากอก ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลก เพราะการให้นมลูกในยุควิกตอเรียถือว่าเป็นเรื่องที่รับได้สำหรับสตรีในสังคม รวมถึงสตรีในกลุ่มชนชั้นสูง วิกตอเรียสั่งห้ามมิให้ลูกทั้งสองให้คนให้นมลูก แต่ทั้งสองตัดสินใจไม่ทำตามคำสั่ง ทำให้วิกตอเรียโกรธมาก เขียนจดหมายตำหนิว่า “มันทำให้ฉันขนลุกขนพองทุกครั้งที่คิดว่า ลูกทั้งสองของฉันได้กลายเป็นโคไปซะแล้ว” วิกตอเรียแก้แค้นลูกที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งโดยตั้งชื่อวัวตัวหนึ่งที่เลี้ยงอยู่ในเขตวังว่า “เจ้าหญิงอลิซ”สี่ปีหลังจากสูญเสียอัลเบิร์ต ลูกสาวอีก 3 คนยังคงครองความเป็นโสด ได้แก่ เฮเลน่า หลุยส์ และเบียทริซ ซึ่งกลายมาเป็นนักโทษที่ถูกกักขังอยู่ในรั้ววัง ในจำนวนนี้ ไม่มีใครที่ต้องทนทุกข์ทรมานเท่ากับเจ้าหญิงหลุยส์ ด้วยเหตุที่หลุยส์ต่อสู้กับวิกตอเรียอยู่ตลอดเวลา ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองมีแต่ความขมขื่น วิกตอเรียบรรยายหลุยส์ว่าเป็น “ผู้หญิงสมองตีบ” และยากที่จะเสวนาด้วย หรือกระทั่งทำตัวเป็นปัญหาด้วยซ้ำ ในช่วงที่ต้องสูญเสียอัลเบิร์ตไป หลุยส์กำลังก้าวเข้าเข้าสู่วัยรุ่น วัยที่โลกน่าจะเปิดกว้างออกสำหรับพวกเธอ แต่โลกของเธอกลับต้องคับแคบลงเพราะความเป็นเผด็จการของวิกตอเรีย ในโอกาสหนึ่ง หลุยส์นัดดื่มชากับเพื่อนของเธอ แต่วิกตอเรียบังคับให้เธอยกเลิกนัดเพราะไม่ต้องการให้เดินทางออกไปจากนอกพระราชวัง หลุยส์เขียนจดหมายขอโทษเพื่อน แต่อธิบายในทำนองที่ยกความผิดให้กับวิกตอเรีย “ดูเหมือนว่าราชินีวิกตอเรียจะไม่ต้องการให้ฉันห่างหายไปจากสายตาเธอ ฉันรู้สึกเสียใจมากที่ออกไปดื่มชาร่วมกับเธอไม่ได้”***ในภาพคือเจ้าหญิงวิกกี้
หมวดหมู่
