หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

ราชินีวิกตอเรีย – เบื้องหลังราชวงศ์ที่สมบูรณ์แบบ ตอนที่ 2

รศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์บทที่ 1: แผนเล็งผลเลิศหากมองอย่างผิวเผิน ราชินีวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร หรือ “ควีนวิกตอเรีย” ดูจะมีชีวิตสมรสที่ดื่มด่ำราบรื่นกับเจ้าชายอัลเบิร์ตแห่งเยอรมนี แต่เบื้องหลังภาพชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบนี้ การปฏิบัติต่อกันระหว่างสมาชิกในครอบครัวกลับไม่ต่างไปจากศัตรูที่ต้องต่อสู้กันในสนามรบเท่าใดนัก วิกตอเรียและอัลเบิร์ตมีปากเสียงรุนแรงต่อกันหลายครั้ง ลองจินตนาการถึงครั้งที่คุณทะเลาะกับคู่ชีวิตของคุณแล้วคูณไปอีกหลายเท่าตัว ก็จะเข้าใจว่าความขัดแย้งของสมาชิกในราชวงศ์อังกฤษมีความรุนแรงมากเพียงใดทว่าความสัมพันธ์กับสามีที่มีทั้งความเร่าร้อนและเย็นชานี้ไม่ได้เป็นเพียงมรสุมชีวิตเรื่องเดียวเท่านั้น วิกตอเรียยังมีลูกชายและลูกสาวรวม 9 คนที่ไม่เคยทำให้แม่พอใจ โดยเฉพาะลูกชายคนโตที่เอาแต่ใจ โยนหนังสือทิ้งลงพื้น ดึงผมน้อง กรีดร้อง ทำกิริยาหยาบกระด้าง หรือดังที่แม่เคยพูดว่า “เปรียบเสมือนฝันร้าย” ที่มีลูกเยี่ยงนี้เลยทีเดียวในสารคดีชุดนี้ เรื่อง “ราชินีวิกตอเรียและลูก” ที่จัดทำโดยสถานีโทรทัศน์บีบีซีของสหราชอาณาจักร ได้วิเคราะห์ถึงวิกฤตในชีวิตซึ่งเปรียบเสมือนละครของวิกตอเรียและครอบครัวของเธอ ที่ต่างเติบใหญ่ท่ามกลางความขัดแย้ง ความเกลียดชังและสภาพที่มีแม่และพ่อเป็นเผด็จการ วิกตอเรียเลี้ยงลูกด้วยการลงทัณฑ์ทุบตี เพราะต้องการบังคับให้พวกเขาได้รู้จักและประพฤติตัวตามที่เห็นว่าเหมาะสมการเลี้ยงดูลูกของวิกตอเรียและอัลเบิร์ตที่เน้นความสมบูรณ์แบบของชีวิตในครัวเรือนนั้น สะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมของอังกฤษในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 นับเป็นความพยายามของวิกตอเรียในปรับภาพลักษณ์ใหม่ของราชวงศ์อังกฤษ เพื่อหลีกเลี่ยงภัยซึ่งอาจเกิดจากการทำปฏิวัติล้มล้างสถาบันกษัตริย์ แต่การปรับตัวเช่นนี้ที่สะท้อนผ่านการอบรมสั่งสอนลูกๆ อย่างเข้มงวดก็มีราคาที่จะต้องชำระเช่นกัน วิกตอเรียต้องการควบคุมและชี้นำชีวิตของลูกทุกคน จนถึงจุดที่ข้าราชบริพารบางคนเคยกล่าวไว้ว่า “ควีนเสียสติที่พยายามใช้ความเป็นมารดาในการบังคับชีวิตลูกๆ”ทั้งวิกตอเรียและอัลเบิร์ตต่างต้องการให้ลูกมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันกษัตริย์ รวมถึงร่วมกันกำหนดแนวทางความอยู่รอดของราชวงศ์ในอนาคต แต่ความต้องการนี้นำไปสู่สงความระหว่างผู้เป็นแม่และลูกๆ ที่ยาวนานกว่า 60 ปีคริสต์มาส พระราชวังวินเซอร์ ค.ศ.1860วิกตอเรีย สามี และลูกชายลูกสาว อยู่ร่วมกันพร้อมหน้าและแลกของขวัญวันคริสต์มาส เล่นเกมและบิลเลียดร่วมกัน แขกคนหนึ่งที่อยู่ในงานด้วยนั้นจำได้ว่า ภาพที่เห็นแสดงถึงความรักของสมาชิกในราชวงศ์วินเซอร์อย่างแท้จริง แม่และลูกๆ ล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข นี่เป็นภาพครอบครัวแสนสุขที่ทั้งวิกตอเรียและอัลเบิร์ตต้องการสร้างให้สาธารณชนได้รับรู้ เพราะทั้งคู่ต่างตระหนักถึงความจำเป็นในการค้นหาแนวทางใหม่ๆ เพื่อใช้ความสมบูรณ์แบบของชีวิตครอบครัวเป็นตัวอย่างให้กับพสกนิกร เป็นมนต์ขลังที่ใช้ผูกมัดความเคารพและความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันกษัตริย์ ทั้งนี้เนื่องจากกระแสการปฏิวัติเริ่มมีพลังมากขึ้น หลายราชวงศ์ในยุโรปต่างต้องเผชิญกับภัยนี้ วิกตอเรียและสามีเล็งเห็นถึงความจำเป็นต้องปกป้องสถาบันกษัตริย์โดยการสร้างความเชื่อมโยงกับประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มชนชั้นกลางที่กำลังขยายตัวและมีความมั่งคั่งมากขึ้น และลูกๆ ของพวกเธอก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการนี้อัลเบิร์ตมีความคิดว่า ราชวงศ์จะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีของครอบครัวซึ่งได้รับความเคารพจากสาธารณชน จะต้องมีคุณสมบัติของการเป็นครอบครัวที่อบอุ่น สมาชิกต้องรักใคร่ปรองดองกัน ซึ่งความคิดนี้ได้รับการนำไปปฏิบัติทันทีหลังจากสมรสกับวิกตอเรีย โดยจุดมุ่งหมายก็เพื่อต้องการเอาชนะใจกลุ่มชนชั้นกลางในความพยายามที่จะทำให้เห็นว่า ราชวงศ์ก็เป็นเหมือนกับครอบครัวทั่วๆ ไป ไม่ใช่เทพยดาจากที่ใด ดังนั้น “โปรดจงเชื่อใจเรา” แต่ภายใต้ภาพครอบครัวสุขสันต์กลับมีแต่โศกนาฏกรรม ครอบครัววินเซอร์ไม่ได้เป็นกล่องช็อกโกแลตสวยๆ ที่สมาชิกทุกคนรักใคร่กัน แต่อันที่จริงกลับเป็นสนามรบที่มีแต่ความตึงเครียด ความโกรธเคือง และการอาฆาตมาดร้ายต่อกัน ซึ่งหากจะวิเคราะห์ถึงที่มาของปัญหานั้นก็อาจเป็นเพราะการอบรมเลี้ยงดูที่ทั้งวิกตอเรียและอัลเบิร์ตได้รับจากบุพการีของตนอัลเบิร์ตเกิดใกล้เมืองโคบวร์ก ประเทศเยอรมนี เป็นบุตรชายของขุนนางชั้นสูงในยุคนั้น และสำหรับวิกตอเรีย อาจนับเป็นความยากลำบากในการหาใครสักคนที่มีสถานะและตำแหน่งทางสังคมคู่ควรที่จะสมรสกับ “อนาคตราชินี” ของอังกฤษอย่างวิกตอเรียได้ บุคคลผู้นั้นจะต้องมีประวัติไม่ด่างพร้อย ต้องมีภูมิหลังทางครอบครัวหมดจด ซึ่งอัลเบิร์ตเป็น “ผู้สมัคร” เพียงคนเดียวที่ดูเหมือนจะมีคุณสมบัติเพียบพร้อม ขณะเดียวกันวิกตอเรียก็เป็นที่หมายปองของราชนิกุลยุโรปในหลายประเทศ เพราะความยิ่งใหญ่ของอังกฤษในสมัยนั้นใน ค.ศ.1839 อัลเบิร์ต — ผู้มีรูปโฉมงดงาม — ได้เดินทางมาถึงพระราชวังวินเซอร์เพื่อพบปะกับ “ว่าที่ภรรยา” วิกตอเรีย ผู้เป็นลูกพี่ลูกจ้องของอัลเบิร์ตเอง และเมื่อทั้งสองได้พบกันครั้งแรกก็นับว่าเป็น “รักแรกพบ” วิกตอเรียพูดกับตัวเองว่า “ฉันรักเขา รักที่สุด” ขณะที่อัลเบิร์ตก็พูดเช่นกันว่า “วิกตอเรียได้มาเติมให้จิตวิญญาณของฉันให้เต็มเปี่ยม แม้ในยามหลับฝัน ฉันไม่เคยจินตนาการว่า ฉันจะพบรักเฉกเช่นนี้ได้บนโลกมนุษย์”ในการพบปะกันในครั้งที่สองของทั้งคู่ วิกตอเรียได้บันทึกไว้ว่า “ฉันได้พบเขาอีกครั้ง อัลเบิร์ตมีใบหน้าที่งามยิ่ง” วิกตอเรียมีความประทับใจเปี่ยมล้นต่ออัลเบิร์ต ทั้งคู่เป็นเหมือนคู่บุพเพสันนิวาส เป็นความบังเอิญของคนทั้งสองคนที่มารักกันและเป็นความรักที่มีประโยชน์ทางการเมืองต่ออังกฤษในยุคนั้นด้วย แต่อัลเบิร์ตก็ตระหนักอยู่เสมอว่า การสมรสกับวิกตอเรียจะทำให้สถานะของตนต่ำกว่าภรรยา ผู้จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งราชินีของอังกฤษในอนาคต “แม้อนาคตของฉันจะเต็มไปด้วยความหวัง แต่ก็ยังคงมีเสี้ยนหนามคอยทิ่มตำอยู่เสมอ” อัลเบิร์ตได้กล่าวไว้ในที่สุดงานสมรสก็ได้มีขึ้นในปีถัดมา ในระยะแรกทั้งสองต้องเผชิญต่อความไม่ไว้วางใจของสาธารณชนต่อสถาบันกษัตริย์ ผนวกกับความไม่ปลาบปลื้มต่อตัวอัลเบิร์ตซึ่งสาธารณชนอังกฤษมองว่าเป็นเจ้าชายเยอรมันที่ขาดอารมณ์ขัน เป็นพวก “คนต่างชาติ” ที่ต้องการเข้ามากอบโกยความมั่งคั่งและเกียรติยศจากอังกฤษโดยการสมรสกับราชินีของตน ทั้งวิกตอเรียและอัลเบิร์ตต่างได้รับแรงกดดันจากสังคม จึงพยายามที่จะสะท้อนความเป็น “ปุถุชนธรรมดา” ให้ประจักษ์ต่อชาวอังกฤษ

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น