หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

การล่มสลายของราชวงศ์โรมานอฟ ตอนที่ 7

รศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์การปฏิวัติล้มสถาบันกษัตริย์ในวันที่ 16 ธันวาคม 2459 (ค.ศ. 1916) รัสปูตินได้หายตัวไป สองวันหลังจากนั้น มีข่าวว่าเขาได้ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม โดยถูกลอบวางยาพิษ ถูกยิง และทุบตีจนเสียชีวิตภายในห้องใต้ดินในวัง Moika Palace ซึ่งเป็นบ้านพักของเจ้าชาย Felix Yusupov ทายาทมหาเศรษฐีตระกูลยูซูพอฟ ที่ได้แต่งงานกับหลานของนิโคลัสที่มีชื่อว่า เจ้าหญิง Irina Alexandrovna การเสียชีวิตของรัสปูตินสร้างความเศร้าโศกให้กับอเล็กซานดร้าอย่างยิ่ง[i] ในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆ ของโรมานอฟหวังว่าการสังหารรัสปูตินจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำรัฐประหารต่อครอบครัวนิโคลัส รวมไปถึงการกำจัดบทบาททางการเมืองของอเล็กซานดร้าด้วย แม้แต่พระราชชนนียังเข้าเป็นพันธมิตรกับฝ่ายตรงข้ามของนิโคลัส แต่แล้วความปรารถนาของพวกเขาต้องสูญเปล่า เพราะมันยิ่งผลักดันให้นิโคลัสและอเล็กซานดร้าถอยห่างจากประชาชนมากขึ้นไปอีก และไม่ยินยอมที่จะปฏิรูปสถาบันกษัตริย์แต่อย่างใด ในเดือนกุมภาพันธ์ 2450 (ค.ศ. 1917) ครอบครัวนิโคลัสตัดขาดจากสมาชิกโรมานอฟอื่นๆ อย่างแท้จริง ตัดตัวเองออกจากวิกฤตทางการเมือง และยังใช้ชีวิตในวังเหมือนกับไม่มีเรื่องที่ต้องกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อนิโคลัสได้รับรายงานว่ามีการประท้วงของประชาชนเกิดขึ้น เขาไม่ยินยอมที่จะปรองดองกับผู้ประท้วง และยังได้สั่งการให้กองทัพใช้กำลังกับผู้ต่อต้าน แต่กองทัพเลือกที่จะยืนอยู่ข้างประชาชน และในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ การประท้วงเริ่มเปลี่ยนรูปแบบไปสู่การปฏิวัติ อเล็กซานดร้ายังไม่ยอมรับว่าการปฏิวัติกำลังจะเกิดขึ้นแล้วจริงๆ คิดว่าเป็นแค่ “พายุในถ้วยชา” ซึ่งจะสลายไปในที่สุด กษัตริย์นิโคลัสได้รับคำแนะนำจากคณะรัฐมนตรีว่าการสละราชสมบัติอาจเป็นทางแก้ไขปัญหาการเมืองที่รุนแรงมากขึ้น แต่นิโคลัสก็ไม่ฟังคำแนะนำนั้นจนวันที่ 2 มีนาคม หลังจากโรมานอฟปกครองรัสเซียมากว่า 3 ศตวรรษ นิโคลัสก็ถูกบังคับให้สละราชสมบัติ รวมถึงการสละราชสมบัติที่จะเป็นของเจ้าชายอเล็กซี่ด้วย จากนั้นอีก 1 สัปดาห์ นิโคลัสตัดสินใจบอกข่าวนี้กับครอบครัวของเขา และถูกตั้งคำถามมากมายจากลูกๆ เช่น ใครจะเป็นพระเจ้าซาร์คนต่อไป แล้วพวกเขายังจะอยู่ในพระราชวังได้ไหม เป็นต้น จากนั้น วันที่ 9 มีนาคม สมาชิกครอบครัวนิโคลัสถูกขังในวังของตัวเอง (house arrest) เป็นเรื่องตลกร้ายที่ครอบครัวต้องการอยู่อย่างโดดเดี่ยวจากประชาชน และวันนี้การอยู่โดดเดี่ยวนี้ได้เกิดขึ้นจริง พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกจากพระราชวัง ไม่สามารถรับแขก ทำได้แค่เพียงรับโทรศัพท์และโทรเลขเท่านั้น สำหรับลูกๆ ของนิโคลัส นี่คือการถูกปลุกให้ตื่นจากความฝัน ผู้ที่เคยเป็นคนดูแลเจ้าหญิงและเจ้าชายเหล่านี้กลายมาเป็นผู้ออกคำสั่งต่อพวกเขา ส่วนหนึ่งการลงจากบัลลังก์ก็สร้างความรู้สึกโล่งใจให้แก่นิโคลัส แม้ว่าเขาไม่เคยแสดงความรู้สึกต่อการต้องสละราชสมบัติแต่อย่างใด ความหวังของเขาขณะนั้นคือการได้อยู่กับครอบครัว และในที่สุด การได้รับอนุญาตให้ลี้ภัยภายในรัสเซียเอง หรือในต่างประเทศ และเนื่องจากนิโคลัสมีวงศาคณาญาติมากมายทั่วยุโรป เขาจึงหวังว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา จะมีคนช่วย “ไถ่” ตัวเขาได้เสมอ ความคิดเช่นนี้แสดงว่านิโคลัสไม่ได้ตระหนักเลยว่าอันตรายที่รอคอยเขาอยู่นั้นรุนแรงขนาดไหน หลังจากการปฏิวัติ กษัตริย์จอร์จที่ 5 ซึ่งเป็นญาติของนิโคลัส ได้เสนอสถานะลี้ภัยทางการเมืองให้เขาทันที แต่ลูกสาวทั้ง 4 คนกลับป่วยหนักในช่วงนั้น จึงไม่สามารถเดินทางได้ หากพวกเขาไหวตัวทัน หนีออกทางตอนเหนือของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเพื่อลี้ภัยที่อังกฤษ พวกเขาอาจรอดชีวิต ต่อมาเมื่อเจ้าหญิงเหล่านั้นหายเป็นปกติ กษัตริย์จอร์จกลับเปลี่ยนใจ อนาคตของโรมนอฟ ณ จุดนี้มีความไม่แน่นอนเป็นอย่างมาก เมื่อเวลาผ่านไป นิโคลัสและลูกสาวเริ่มที่จะปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงได้ แต่อเล็กซานดร้าต่างหากที่ไม่สามารถยอมรับกับสภาพความเป็นอยู่แบบใหม่หลังจากถูกกักตัวอยู่ในพระราชวังนานถึง 5 เดือน ในที่สุดครอบครัวนิโคลัสก็เดินทางออกจากพระราชวังเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม เวลา 6:10 น. พวกเขาขึ้นรถไฟที่สถานี Alexandrovsky โดยที่ไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางคือที่ใด เพียงแต่ได้รับการแจ้งว่าจะเป็นการเดินทางไปยังทิศตะวันออกและเป็นการเดินทางไกล โดยให้เตรียมเสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นจำนวนมากไปด้วย นี่จะเป็นครั้งแรกที่เจ้าหญิงและเจ้าชายของโรมานอฟจะได้เห็นอาณาจักรรัสเซียที่พวกเขาไม่เคยย่างกรายไปก่อน การเดินทางใช้เวลา 4 วันผ่านไซบีเรีย จุดมุ่งหมายของการเดินทางนั้นถูกกำหนดให้ครอบครัวโรมานอฟห่างไกลจากสาธารณชนมากที่สุด ไกลพอที่กลุ่มรอยัลลิสต์จะไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ นั่นคือเมือง Tobolsk ห่างจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กถึง 1,700 ไมล์ และจะเข้าถึงได้ด้วยเรือเท่านั้น ในช่วงฤดูหนาวในไซบีเรียที่ยาวนาน 7 เดือน แม่น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง จึงถูกตัดออกจากโลกภายนอก บ้านพักใหม่ของครอบครัวโรมานอฟเปรียบเสมือนเรือนจำที่สกปรก มีกลิ่นอับ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์สวยหรู ระบบท่อน้ำไม่ทำงานในบางครั้ง แม้ว่าพวกเขาจะถูกขังภายในบ้าน แต่สิ่งแวดล้อมใหม่ในไซบีเรียกลายมาเป็นสิ่งที่เปิดโลกทัศน์ของหญิงสาวโรมานอฟ แม้แต่ผู้คุมขังยังแปลกใจในความไร้เดียงสาของเด็กหญิงเหล่านี้ และเห็นว่าพวกเธอไม่ได้รับการศึกษาที่ดีจากราชสำนัก เจ้าหญิงเหล่านี้ไม่เคยพบเห็นคนพื้นเมืองไซบีเรียมาก่อน และได้จ้องมองพวกเขาด้วยความประหลาดใจเหมือนกับได้เดินทางมาอยู่อีกโลกหนึ่ง ส่วนกิจกรรมของครอบครัวในระหว่างถูกกักบริเวณก็มีไม่มาก อาทิ ออกกำลังกาย เดินเล่นในบริเวณบ้านเพื่อรับลมและแสงแดด เมื่อย่างเข้าฤดูหนาวอย่างเต็มที่ อุณหภูมิลดลงเหลือลบ 20 องศา สภาพภายในบ้านหนาวเหน็บ ชีวิตที่ผ่านไปแต่ละวันมีแต่ความน่าเบื่อหน่าย ต้องทำกิจกรรมซ้ำๆ พวกเขากระหายข่าวที่มาจากโลกภายนอก เพื่อจะได้รับรู้ถึงความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น[i] รัสปูตินถูกกลุ่มรอยัลลิสต์รัสเซียสังหารอย่างโหดเหี้ยม เพราะเชื่อว่าเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการครอบงำนิโคลัสและอเล็กซานดร้า หลังจากเสียชีวิต อเล็กซานดร้าได้นำร่างรัสปูตินมาฝังไว้ที่ Tsarskoye Selo แต่เมื่อคณะปฏิวัติได้ทำการล้มสถาบันกษัตริย์ ศพของรัสปูตินถูกขุดขึ้นมาเผาอีกครั้ง แต่ได้มีเรื่องเล่าว่า ในระหว่างการเผา ศพของรัสปูตินกลับเคลื่อนมาอยู่ในท่านั่งด้วยตัวเอง (ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการเผาอย่างไม่ถูกวิธี) เรื่องเล่าแบบนี้ยิ่งทำให้คนเชื่อว่ารัสปูตินคือผู้วิเศษจริงๆ

หมวดหมู่
ไม่มีหมวดหมู่

ความลับที่ถูกเก็บรักษาไว้ในหมู่นักประวัติศาสตร์ไทย

ตามที่อาจารย์ธงชัย ได้กล่าวไว้ ความเป็นเกย์ของรัชกาลที่ 6 เป็นหนึ่งในความลับที่ถูกเก็บรักษาไว้ในหมู่นักประวัติศาสตร์ไทย วชิราวุธปกครองสยามตั้งแต่ 2453-2468 และแม้ว่าจะมีการอ้างอิงถึงรสนิยมทางเพศของเขาทั้งในภาษาอังกฤษและภาษาไทย แต่ก็ไม่ค่อยมีใครพูดถึงอย่างกว้างขวาง ที่แน่ๆ ไม่มีอยู่ในแบบเรียนทางประวัติศาสตร์ของไทย อ ธงชัย กล่าวว่า ความนิยมรักร่วมเพศของรัชกาลที่ 6 เป็นที่รู้กันทั่วไปในรั้ววังในเวลานั้น แม้รัชกาลที่ 6 มีความพยายาม 4 ครั้งที่จะแต่งงานกับแต่ล้มเหลวทั้งหมด (เพื่อปกปิดความเป็นเกย์) ในที่สุดเขาก็แต่งงานสามครั้งแต่การสมรสมีอยู่แค่ในช่วงเวลาสั้นๆ และสถานะของภรรยาของเขาจะถูกลดระดับทันทีเมื่อเลิกลากันไปแล้ว

อ่านเพิ่มเติมที่ [http://gayinfluence.blogspot.com/2013/06/king-vajiravudh-rama-vi-of-siam.html](http://gayinfluence.blogspot.com/2013/06/king-vajiravudh-rama-vi-of-siam.html)

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น