รศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์เจ้าหญิงและเจ้าชายรัสเซีย
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2438 (ค.ศ. 1895) อเล็กซานดร้าให้กำเนิดบุตรีคนแรก นามว่า โอลก้า อีก 2 ปีถัดมา ให้กำเนิดบุตรีอีก 1 คน นามว่า ทาธิอาน่า อีก 2 ปีถัดมา บุตรคนที่ 3 ถือกำเนิด นามว่า มาเรีย วิธีการเลี้ยงดูลูกของอเล็กซานดร้านั้นต่างไปจากธรรมเนียมของราชวงศ์อังกฤษที่มักจะปล่อยให้นางสนมเป็นผู้ดูแล ทั้งนิโคลัสและอเล็กซานดร้ามีความมุ่งมั่นที่จะเลี้ยงดูลูกด้วยตัวเอง และอเล็กซานดร้าเองก็มีแผนชัดเจนในการเลี้ยงดูลูก รวมถึงการจัดการครอบครัวที่จะให้ความสำคัญต่อผู้เป็นแม่ ผู้ที่ควบคุมทุกอย่างนับตั้งแต่วันที่ลูกลืมตามาดูโลก นั่นหมายถึง เธอได้ให้นมลูกด้วยตัวเองซึ่งเป็นสิ่งที่ชนชั้นสูงของรัสเซียไม่ทำ พวกเขาจึงรู้สึกตกใจที่รู้ว่าราชินีของเขาเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมตัวเอง แต่อเล็กซานดร้าก็ไม่สนใจคำวิพากษ์วิจารณ์ เธอมีวิธีเลี้ยงลูกในแบบของเธอ และยังทำให้สามีรู้ด้วยว่าเธอคือผู้นำของครอบครัวนี้ ลูกสาวของเธอได้รับการสั่งสอนให้เก็บที่นอนด้วยตัวเอง ต้องอาบน้ำเย็นในตอนเช้า พี่สาวจะส่งผ่านเสื้อผ้าที่เคยใส่แล้วให้น้องคนถัดไป แต่ละคนมีเงินค่าใช้จ่ายส่วนตัวนิดหน่อย มีชีวิตอยู่แบบสมตัว ดังที่ปรากฏในภาพถ่ายของครอบครัวนี้ จะเห็นว่าแต่ละคนล้วนมีอิริยาบถที่ผ่อนคลาย และพวกเขาเป็นเจ้าหญิงที่ได้รับการถ่ายภาพมากที่สุด มากเสียกว่าพระบรมวงศานุวงศ์ของอังกฤษด้วยซ้ำ พวกเขาดูไม่เหมือนเจ้าหญิง แต่เหมือนสามัญชน มีความรัก รอยยิ้ม และเป็นกันเอง แม้นิโคลัสและอเล็กซานดร้าจะภูมิใจในตัวบุตรสาวของเขา แต่ความจริงอีกด้านหนึ่งคือ อเล็กซานดร้าล้มเหลวในการเป็นราชินีเพราะไม่สามรารถผลิตลูกชายเพื่อเป็นองค์รัชทายาทได้ ราชวงศ์โรมานอฟนับเป็นราชวงศ์ที่เข้มงวดอย่างมากในเรื่องการคัดเลือกให้บุตรชายสืบสันตติวงศ์และไม่เปิดโอกาสให้มีตัวเลือกอื่น ดังนั้นจึงเป็นแรงกดดันอย่างมากต่ออเล็กซานดร้าในการผลิตลูกชายให้กับโรมานอฟ เมื่อเธอได้ให้กำเนิดบุตรสาวคนแรก ความดีใจเกิดขึ้นในราชสำนัก แต่เมื่อบุตรีคนที่สองและสามตามมา อเล็กซานดร้าเริ่มท้อใจและเห็นว่าเป็นการกลั่นแกล้งจากสวรรค์วันที่ 5 มิถุนายน 2444 (ค.ศ. 1901) อเล็กซานดร้าให้กำเนิดบุตรีคนที่ 4 มีนามว่าอนาสตาเซีย แม่ได้เลี้ยงลูกสาวทั้ง 4 คนในแบบเดียวกัน โดยการสร้างบุคลิกที่เหมือนกันและไม่คำนึงว่าแต่ละคนมีลักษณะเฉพาะตัว อเล็กซานดร้าจะแบ่งลูกสาวทั้ง 4 ออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่โตแล้วกับกลุ่มที่ยังเล็กอยู่ และมักไม่เรียกชื่อลูกของเธอรายบุคคล แต่จะแต่งตัวพวกเขาเหมือนกันในแต่ละกลุ่ม และบางครั้งก็จับแต่งตัวเหมือนกันทั้งหมด โดยแม่มักเรียกลูกทั้ง 4 พร้อมกันว่า อ๊อตมา (OTMA) มาจากตัวอักษรตัวแรกของแต่ละคน แต่เบื้องหลังความพยายามสร้างอัตลักษณ์ที่เหมือนกันของเด็กสาวทั้ง 4 คน คือความแตกต่างในบุคลิกภาพของแต่ละคน พี่สาวคนโต โอลก้า จะมีอารมณ์อ่อนไหวมากที่สุด แต่ก็มีความเป็นเอกเทศ บางครั้งมีความอาย และมีอารมณ์ที่แปรเปลี่ยนง่าย ทำให้ดูเหมือนเป็นเด็กหัวดื้อ ส่วนทาธิอาน่านั้นมีความงามเป็นรูปสมบัติ มีลักษณะของความเป็นชนชั้นสูง และไม่แสดงความรู้สึกง่ายๆ เหมือนมารดาของเธอ รวมทั้งมีความสามารถในการจัดการงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย จนทำให้พี่สาวเธอตำหนิว่าเป็นคนจู้จี้ ได้รับสมญานามว่าเป็น “ผู้ตรวจการ” ส่วนมาเรียนั้นมักถูกพี่ๆ ล้อว่าเธออ้วน แต่เธอก็มีน้ำใจดีจนพ่อคิดว่าเป็นลูกสาวที่มีความสมบูรณ์แบบที่สุด สำหรับบุตรสาวคนสุดท้อง อนาสตาเซียนั้นเป็นเด็กขี้เล่นและมีลักษณะของ “ทอมบอย” ด้วยซ้ำ แต่กระนั้น ราชวงศ์โรมานอฟมักถูกมองว่าเป็นครอบครัวที่ล้มเหลว สื่ออเมริกันรายงานข่าวว่าชาวรัสเซียส่วนใหญ่ไม่ชอบเจ้าหญิงทั้ง 4 คนนี้ในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง วันที่ 30 กรกฎาคม 2447 (ค.ศ. 1904) อเล็กซานดร้าให้กำเนิดบุตรชาย อเล็กซี่ มีการจัดงานเฉลิมฉลองทั่วเมือง โบถส์น้อยใหญ่สั่นระฆังต้อนรับองค์รัชทายาทคนใหม่ แต่ความปีติยินดีดูเหมือนจะมีเวลาสั้น ทันทีที่อเล็กซี่ลืมตาดูโลก เลือดก็ไหลออกจากสะดือของเขาไม่หยุด หลังจากที่รอคอยบุตรชายมาเกือบ 10 ปี ปรากฏว่าทารกน้อยเกิดมาพร้อมกับโรคเลือดไม่แข็งตัว เมื่อเกิดบาดแผล เลือดจะไหลไม่หยุด หรือเรียกว่า ฮีโมฟีเลีย (Haemophilia) ซึ่งเป็นโรคที่ส่งผ่านมาจากสายของราชินีวิคตอเรีย และในยุคนั้นยังไม่มีวิธีรักษา จึงถูกมองว่าเป็นโทษประหารชีวิตที่รอเวลาเท่านั้น จนถึงปี 2493 (ค.ศ. 1950) อายุขัยของผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียอยู่ที่ 16 ปีเท่านั้น เป็นเรื่องยากที่อเล็กซานดร้าจะเผชิญหน้ากับมัน และมันยังถูกตีความว่าบุตรชายคนเล็กมีเลือดที่ไม่ดีมาจากผู้เป็นแม่ จึงไม่อาจทำให้รัสเซียมีองค์รัชทายาทที่สมบูรณ์แบบ ทำให้อเล็กซานดร้าต้องอยู่ภายใต้เงามืดแห่งโรคร้ายที่เกิดกับบุตรชายของเธอ[i] การกำเนิดของอเล็กซี่นับว่าเปลี่ยนวิถีชีวิตของพี่สาวทั้ง 4 คนด้วย พวกเธอถูกลดความสำคัญในแง่ของสายอำนาจของราชวงศ์โรมานอฟ และต้องเป็นผู้ที่มาทีหลังเสมอรองจากน้องชาย ผู้ซึ่งต้องได้รับความเอาใจใส่และความสงสารจากทุกคน ทำให้พี่ทั้ง 4 คนต้องออกมาปกป้องน้องคนสุดท้องเสมอ แม้ว่าพวกเธอจะถูกสอนมาให้มีความเป็นสามัญชน แต่อเล็กซี่กลับได้รับการปฏิบัติที่ต่างไป กลายเป็นลูกชายที่ถูกเลี้ยงแบบตามใจ ไม่ว่าเขาจะต้องการอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะทำผิดเรื่องไหน ไม่มีใครลงโทษอเล็กซี่ สถานการณ์ที่รายล้อมอเล็กซี่เช่นนี้ทำให้เขาเป็นเด็กที่เอาแต่ใจตัวเอง กดขี่ผู้รับใช้ เป็นที่ชิงชังอย่างเงียบๆ จากคนรอบข้าง แต่มันก็ทำให้อเล็กซี่รู้ตัวตั้งแต่วัยเยาว์ว่าเขาคือคนที่มีความสำคัญอย่างมาก[i] Ian Jeffries, Political Developments in Contemporary Russia, (London and New York: Routledge, 2011), p.376).

